วันนี้มีโอกาศคุยกับ สมาชิกคนหนึ่งเป็นผู้หญิง ทำงานอยู่ในวงการออกแบบหลังจากจบสถาปัตยกรรมลาดกระบัง
o
เริ่มด้วยเรื่อง การย้ายจากเอ็มโพเรียม ไป จามจุรี เขาบอกอยู่ไหนก็ได้ ไม่เป็นไร แต่ขอให้ห้องสมุดสวยๆ หน่อย ห้องสมุดด้านการออกแบบ ก็อยากให้มันออกมาสวย แต่ก็ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ไม่เห็นต้องรีบย้ายเลยเพิ่งสร้างเสร็จเอง เปลืองงบป่าวๆ พอตอบแบบนี้ ประเด็นคำถามต่อเนื่องที่เตรียมไว้ ก็จบง่ายๆ เลย
สมาชิกคนนี้ ให้ความสำคัญกับความเป็นไปรอบด้านน้อยกว่าสิ่งที่ตนเองอยากได้ และบอกว่าที่ไหน มีสิ่งที่ตนเองอยากได้จริงๆก็จะไปหาไม่ว่า จะตั้งอยู่ที่ ลำลูกกาคลอง สิบก็จะไป เป็น คนใฝ่รู้ มุ่งมั่นดุเดือดจริงๆ
คำถามจึงเปลี่ยนแนวไปเป็นว่า ทำไมไม่ค่อยได้มาใช้งานห้องสมุดเลย คำตอบที่พอเดาได้ ก็คือ ไม่มีเวลา พอเลิกงานก็กลับบ้าน วันหยุดก็อยากไปเที่ยว นานๆ จะเข้ามาและ บอกว่าหนังสือไม่ค่อย ตรงตามที่เขาอยากได้ ถึงตรงนี้ ก็พบอุปสรรคสองอย่างสำหรับ คนที่ทำงานอยู่ในวงการออกแบบไม่สามารถมาใช้งานห้องสมุด TCDC ได้ คือหนึ่ง เวลา สองหนังสือไม่ทันสมัย (ในสายตาคนทำงาน)
ก่อนเสนอวิธีการแก้ปัญหา ขอตั้งธงวิธีคิดของผมก่อนนะครับ ว่า ผมไม่ได้มุ่งเน้น ให้ TCDC มีไว้สำหรับคนที่อยู่ในระบบการศึกษา เพราะ กลุ่มคนเหล่านั้นมี แหล่งความรู้รองรับอยู่อย่างหนาแน่นอยู่แล้ว แต่โชดไม่ดีหน่อย ที่ คน TCDC ส่วนมาก ตีความตามข้อมูลสถิติแบบตรงๆ คือ ข้อมูลบอกว่า นักเรียนนักศึกษาเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ การบริหารจัดการเลยมุ่งเน้นไปที่ คนกลุ่มนี้ แทนที่จะหาสาเหตุว่า กลุ่มเป้าหมาย (ในมุมของผม) คือคนที่ทำงาน แล้วตั้งคำถามว่า ทำไมกลุ่มนี้จึงมีสถิติการเข้าใช้ต่ำ
ปัญหาจาก เวลาทำงาน ที่ไม่เอื้อให้สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ สาเหตุ อาจจะเป็นเพราะนายจ้างไม่อยากให้ ลูกจ้างออกมาข้างนอก แม้จะรู้ว่า ออกมาหาข้อมูลในงาน แต่ก็อดไม่ไว้ใจไม่ได้ ว่าจะใช้เวลางานไปเที่ยว และ นักออกแบบรุ่นเก่าๆ ก็สามารถทำงานได้จากประสบการณ์ ที่สะสมมา โดยไม่ต้องพึ่งห้องสมุด งานที่ออกมาก็ยังสามารถขายได้ กลายเป็นวัฒนธรรมว่า ความรู้สะสมจากการทำงาน มีน้ำหนักมากว่า ความรู้ที่ได้จากหนังสือ จึงไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องให้ ลูกจ้างเอาเวลางาน ออกมาหาข้อมูลในห้องสมุด TCDC เลย
o
แต่ประสบการณ์ ก็เป็นเรื่องเฉพาะอย่าง เช่น ถ้าออกแบบโปรเตอร์ มาห้าปี การออกแบบโปรเตอร์ครั้งต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องดูหนังสืออะไร เพิ่มเติม แต่ถ้า งานที่เข้ามา เป็นออกแบบบรรจุภัทฑ์ บริษัทก็มีทางเลือก คือ ไม่รับงานเพราะไม่มีความเชียวชาญเรื่องนี้ หรือ รับงานนั้น แต่ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม
o
ความรู้ใหม่ๆ จึงไม่เหมาะกับ งานออกแบบ ชนิดที่เป็น Routine และในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจปัจจุบัน เชื่อได้ว่า การออกแบบไม่ใช่งาน Routine อีกต่อไปแล้ว การที่ นักออกแบบรุ่นเก่าไม่นิยม หาข้อมูลใหม่ๆ ก็เพราะมีความเชียวชาญเฉพาะ พอเพียงในการเติบโตของบริษัท และความหลากหลายในการจ้างงานด้านการออกแบบในอดีตก็มีต่ำเมื่อเทียบกับในปัจจุบัน
o
ในเมื่อสถานการณ์และบริบท เปลี่ยนไป รูปแบบการทำงานออกแบบก็ ต้องเปลี่ยนไปด้วย เพื่อให้ นายจ้างเลิกกังวลกับการใช้เวลา ของลูกจ้าง ที่จะออกมาข้างนอก ผมคิดว่าทาง TCDC ควรเปิดบริการให้ยืม หนังสือ โดยให้ลูกจ้างบริษัทเป็นผู้คัดเลือก ตามจำนวนที่ TCDC กำหนด และให้คนมารับ มีเวลาในการให้ยืม สองวัน ถ้าสามารถทำอย่างนี้ได้ นายจ้างก็จะสบายใจ ลดต้นทุนในการหาเพิ่มเติมความรู้ให้กับลูกจ้าง ลูกจ้างก็มีโอกาศได้หาความรู้เพิ่มเติมซึ่งอาจจะส่งดีในผลงานการออกแบบ
o
TCDC ก็แค่ออกแบบapplication รองรับบริการแบบนี้ กำหนดสิทธิ โควต้าการยืมหนังสือ ลูกจ้าง login ผ่านAccount ของบริษัทตนเอง เพื่อคัดเลือกหนังสือ เจ้าหน้าที่ TCDC จัดหนังสือเตรียมให้ตามนั้น และบริษัทส่งพนักงานรับเอกสาร มารับไป ถึงกำหนดบริษัทก็มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งคืน โดยการส่งคืนล่าช้ามีอัตราปรับ แน่นอน การส่งคืน เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบความเสียหาย ความชำรุด ของหนังสือ (เพื่อป้องกันการสูญเสียจากการยืม) Application ต้องสามารถบอกได้ว่า ขณะนี้หนังสือ อยู่ที่ไหน เพื่อบอกสมาชิกคนอื่น ที่ต้องการใช้ได้ มีการจองหนังสือ Application จะบอกเจ้าหน้าที่ ถึงชนิดหนังสือ จำนวนและที่อยู่ของผู้ยืม เพื่อให้สะดวกในการจัดเตรียม และเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้เปลี่ยน สถานะของชุดหนังสือนั้นๆ ว่า อยู่ในระหว่างเตรียม หรือ พร้อมส่ง ถ้าพร้อมส่งก็แจ้งให้ บริษัทมารับไป ในเวลาที่กำหนด (ถ้ามารับ ก็ Black list บริษัทนั้นไว้ ว่าทำท่าจะยืม พอเตรียมให้ก็ไม่มาเอา ไม่ใช้จะไม่ให้ยืมต่อในครั้งต่อไป แต่จะจัด Priority ต่ำลงมา) เหมือนกับการสั่งยา หมอเป็นผู้สั่ง เภสัช เป็นคนจัด และจำหน่ายให้กับคนไข้ สถานะของหนังสือจะบอกว่าอยู่ที่ผู้ยืมคนไหน หรือ เกินกำหนดยืม การกลับเข้ามาในระบบ มีApplication อยู่บ้างแล้ว ถ้านำมาปรับแต่งน่าจะไม่ยากเกินไป
o
และทุกครั้งที่มีการยืมจะถูกบันทึก เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดทิศทางของ หนังสือ มีประโยชน์ในการจัดซื้อหนังสือเพิ่มเติม และเพื่อให้หนังสือออกแบบมีความ ทันสมัย ต้องมีการรับคำแนะนำจากบริษัท เพราะบริษัทหรือกลุ่มนักออกแบบอยู่ภายใต้ภาวะการแข่งขันในตลาด ย่อมต้องรู้ดีว่า ความรู้ไหนกำลังเป็นที่ ต้องการ
o
ตรงนี้ต่างกับการจัดหาหนังสือในมหาวิทยาลัย ที่มีอาจารย์ผู้สอน เป็นผู้คัดหนังสือ ผู้สอนต้องการให้ผู้เรียนรู้อะไร และวัดผลอย่างไรก็จะแนะนำหนังสือ โดย บอกไปยังห้องสมุดกลางให้จัดหาเตรียมไว้ แต่ในระบบห้องสมุดสาธารณะ ไม่มีผู้เชียวชาญแนะนำ การอาศัยบริษัทที่ทำงานตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในตลาดอยู่ตลอดเวลา น่าจะได้หนังสือสำหรับบริการที่มีความแม่นยำตรงต่อความต้องการในวงการออกแบบ มากขึ้น
o
เท่านี้ ก็สามารถแก้ ปัญหาเรื่อง เวลา ของผู้ที่ทำงานอยู่ในวงการออกแบบได้ และ หนังสือก็ตรงตามความต้องการมีความทันสมัยใช้ได้จริงในการออกแบบอยู่เสมอ เชื่อว่า ถ้ามีบริการนี้ TCDC จะเป็นประโยชน์ต่อ ผู้ที่ทำงานในวงการออกแบบมากกว่า เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มที่กำลังศึกษาอยู่
o
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการให้ บริการของ TCDC ได้ถูกกำหนดจากฝ่ายบริหาร การเสนอวิธีการเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่า ได้ช่วยวงการออกแบบจริงๆ เป็นเรื่องที่ท้าทายของผม มากกว่าคิดจะลอกเลียบแบบ วิธีทำงานจากที่อื่น ถ้าไม่รู้สึกอายกันก็ไม่เป็นไร วิธีนี้ อาจดูไม่เข้าท่าในสายตาบางคน แต่ก็ไม่ได้ลอกใครมาตรงๆ อย่างน้อยผมก็นำเสนอผ่านเวบนี้ แล้ว ค่อยรู้สึกว่าทำงาน อยู่ Creative Certer หน่อย
o
สวัสดีครับ