Free Trade Part2

ลักธิการค้าเสรี มีอิทธิพลมาก ต่อ วิธีคิด ในภาคธุรกิจเอกชน ข้าราชการบางส่วน โดยเฉพาะกับคนที่มีอำนาจในรัฐบาล ถึงขนาดกำหนดนโยบายการค้าการลงทุนระหว่างประเทศให้อยู่ในแนวทางของการค้าเสรี การที่ บุคคลชั้นนำเชื่อแบบนี้ ย่อมมีอิทธิผลต่อความคิดของคนอื่นๆ ความคิดคัดค้านที่ว่า การค้าเสรีว่าไม่มีจริงๆ เท่ากับทำลายความเชื่อที่มีอยู่เดิม ราวกับเดินไปบอกชาวบ้าน (ที่พวกคุณรังเกียจว่าเป็นพวกงมงาย) ว่าอย่าไปขูดต้นไม้ขอหวยเลย มันไม่มีความสัมพันธ์กับการหมุนวงล้อของกองสลาก  หรือ อย่าโทษผีปอบเลยว่าเป็นต้นเหตุของสิ่งผิดปกติ เขาก็อาจเป็นเพียงแค่คนแก่ๆอยู่คนเดียว ที่กินของดิบๆเป็นเพราะขี้เกียจจุดไฟหุงอาหาร แม้เข้าใจความลำบากในการปรับเปลี่ยนความคิดนี้ แต่เพื่อให้ เกิดความคิดใหม่ก็ต้องทำลายความเชื่อเดิมๆ   

 o

o ระบบเศรษฐกิจสะท้อนความสัมพันธ์ของผู้คนภายในระบบ เช่น ในระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม การตัดสินใจและพฤติกรรมการบริโภค ความสัมพัมธ์ในการผลิต ก็จะแตกต่างกับพฤติกรรมของผู้คนที่อยู่ในระบบทุนนิยม  สัตว์ป่าย่อมมีรูปแบบการล่าและการเอาตัวรอดต่างกับสัตว์ในทะเลทราย  เรียกได้ว่า สิ่งแวดล้อมกำหนดพฤติกรรม

 สำหรับประเทศไทย ไพร่ไทย ไม่มีโอกาสเลือกว่า จะใช้ระบบไหน รัฐเป็นผู้กำหนดโดยนำพฤติกรรมของคนไทยโดยเฉพาะชนชั้นสูงมาพิจารณา   ชนชั้นสุงไทยไม่คุ้นเคยกับการถูกจำกัดสิทธิ  ไม่เชื่อ หลอก หา เรือง Solidality ของ ท่านปรีดี อ่านดู 

จากนั้นมาพฤติกรรมไพร่ไทยได้เลียบแบบการบริโภคของชนชั้นสุง และมีเสรีภาพมากขึ้น เสรีภาพเป็นสิ่งเสฟแล้วติด ให้กลับมารู้สึกเหมือนถูกบังคับอีก จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้

หนังสือหรือตำราทางเศรษฐศาสตร์ เขียนขึ้นจากบทเรียนและประสบการณ์ที่สะสมมาจากอารยธรรมการค้าเสรีอย่างยาวนาน กล่าวถึงรูปแบบการแข่งขันในตลาดอย่างย่อว่า  มีอยู่ สองแบบ คือ ตลาดที่มีผู้ผลิตคนเดียว และตลาดเสรี  (หลายคนอาจเถียงว่า มีรูปแบบของตลาดมากกว่านี้ แต่เปรียบเทียบสองตลาดที่มีความต่างกันอย่างสุดโต่ง ก็เพียงพอที่ทำให้เห็นว่าไม่มีตลาดการค้าเสรี) ตลาดที่มีผู้ผลิตคนเดียว รู้จักกันว่า ตลาดผูกขาด เป็นลักษณะที่ตรงข้ามกับตลาดเสรี ปราสจากการแข่งขัน ตลาดผูกขาดให้ผลประโยชน์ต่อผู้ผลิตมากที่สุด ด้วยสามารถในการกำหนดราคาขาย และ ยังสามารถกำหนดค้าจ้างได้อีก เรียกได้ว่าคุมทั้งสองขาของการทำกำไร  ราคาขายก็ควบคุมได้ คุมค้าจ้างได้ อำนาจการต่อรองวัตถุดิบก็สุง  เป็นรูปแบบที่ ผู้ประกอบการทุกๆคนฝันถึง  เป็นเป้าหมายที่บ่งบอกความสำเร็จของธุรกิจ เรียกว่ามีอำนาจควบคุมตลาดนั้นเอง  ผลประโยชน์ตกเป็นของผู้ประกอบการ    แต่ผลเสียเกิดขึ้นกับสังคมโดยรวม สังคมขาดโอกาศในการเลือก  จ่ายมากได้น้อย ทรัพยากรส่วนร่วมของสังคมถูกใช้ให้เกิดประโยชน์เฉพาะแต่ผู้ผลิต (ตอนนี้อาจมีข้อโต้แย้งว่า  ก็เขาเป็นผู้ลงทุน มีความเสี่ยง เขาก็ควรได้รับผลตอบแทนจากความเสี่ยงนั้นๆ มากกว่าคนที่ไม่ยอมเสี่ยง ตรงนี้ถูก ในแง่ผู้ประกอบการ แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องการตอบแทนความเสี่ยง มันเป็นเรื่องของการพัฒนาโดยอาศัยระบบการค้าเสรีและใช้หลักการตลาดเสรี ปักธงกันไปแล้วว่า ตลาดเสรี ต้องไม่มีใครหรือกลุ่มใดที่มีอำนาจเหนือตลาด ปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวตัดสินการใช้และกระจายทรัพยากร แต่เป็นเพราะความเสี่ยงที่เกิดจากการแข่งขันนี้เอง ทำให้การค้าเสรีไม่สามารถคงหลักการที่เป็นเนื้อหาไว้ได้จริงๆ)  ตลาดผูกขาดทำให้หัวใจของลักธิการค้าเสรีจบลง เป็นที่รังเกียจในประเทศเสรีนิยมอย่างมาก ในสหรัฐอเมริกา ถึงกับมีการออกกฎหมายและบังคับใช้ เพื่อป้องกัน การผูกขาดโดยเฉพาะ  ต้องมีการแข่งขันอย่างเสรี ต้องไม่มีใครที่มีอำนาจในการกำหนดราคาในตลาด

 o

ในรัฐบาลที่ยึดหลักการค้าเสรี ออกกฎหมายเพื่อทำให้ตลาดมีการแข่งขันอยู่เสมอ ความเชื่อหรือทำเป็นเชื่อว่าการแข่งขันสามารถนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรของสังคมได้เหมาะสมที่สุด การแข่งขันทำให้ผู้ผลิตที่ตั้งราคาไว้สุง หวังให้ได้กำไรเยอะ ต้องสูญเสียผู้ซื้อของตนให้กับ คู่แข่งหรือผู้ผลิตรายอื่นที่ขายในอัตรากำไรปกติ  หรือ แม้แต่การกดค่าจ้างให้ต่ำ ยังต้องพบกับการสูญเสียแรงงานของตนให้กับผู้ผลิตรายอื่นที่จ่ายค่าจ้างดีกว่า (J.K.Garbraith)  ผู้ซื้อมีทางเลือกมากขึ้น ได้รับสินค้าในราคาที่เหมาะสม มีค่าจ้างสุงขึ้น การแข่งขันในตลาดเสรีจึงเป็นตรรกะที่สำคัญในการจัดการทรัพยากรส่วนรวมให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม การแข่งขันยังส่งผลดีช่วยให้เกิดการคิดค้นวิธีการต่างๆ นำใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้วย ในขณะที่ขึ้นราคาขาย และ ลดค่าจ้างไม่ได้ วิธีที่ทำให้รักษาระดับผลประโยชน์ได้ จำเป็นต้องปรับปรุงประสิทธิการผลิต ให้สามารถจ่ายค่าจ้างและขายสินค้าในราคาเท่ากับผู้ผลิตรายอื่น แต่ยังคงรักษาอัตรากำไรได้เท่าเดิมหรือ เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น จึงแปลว่า กำไร ที่เพิ่มขึ้น นั้นเอง Technology จึงกลายเป็น ปัจจัยสำคัญ อีกตัวหนึ่งที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขัน ประสิทธิภาพในแง่ของเศรษฐศาตร์ก็คือ Technology ผลของการแข่งขันในตลาดเสรีมีส่วนสำคัญในการพัฒนา คิดค้น นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับปลุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ว่า Technology ล้วนแล้วถูกประดิษฐคิดค้นจาก ประเทศที่ใช้ การค้าเสรี ทั้งสิ้น   

 o

อุดมการณ์การค้าเสรี ปรากฎอยู่ในตำราเรียน ให้ผู้ศึกษาเข้าใจวิธีการในการใช้เครื่องมือ ทางการค้าเสรี เช่น ทุน แหล่งทุน ชนิดของทุน รวมไปถึงวิธีการควบคุมแรงงานผ่านความสัมพันธ์แบบทุน ผ่านตรรกะการแข่งขันในตลาดเสรี เป้าการศึกษาก็ เพื่อขยายอุดมการณ์ ให้ผู้เรียนได้นำวิชากลับไป ออกแบบระบบตลาดที่ไม่มีใครมีอำนาจในควบคุมได้ ใครก็ตามผ่านศึกษแบบนี้ล้วนแล้วติดกับดักทีแสดงให้เห็นเพียงผลดีของตลาดการค้าเสรีด้านเดียว การตระหนักว่า มันไม่มีความเสรีจริงๆ แม้จะดูขัดจาก ตำรา แต่ช่วยให้เรากระทำ หรือ ไม่กระทำ สิ่งใดๆได้อย่างระมัดระวัง  โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนที่เป็นกลุ่มคนที่ควบคุมทิศทางทางเศรษฐกิจนั้นเอง ตัวอย่างรัฐบาลเม๊กซิโก ที่รัฐมนตรีกระทรวงวางแผนและงบประมาณ สมัยนาย เป็นประธานาธิบดี มิเกล เดอ ลา แมดริด เป็นอดีตนักศึกษา ดีกรี จาก เคนนดี้ สกูล ออฟ กอฟเวิร์น์เมนต์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (www.hks.harvard.edu)  และแวดล้อมด้วยสต๊าสนักเศรษฐศาสตร์ จาก เอ็มไอที นำประเทศ ไปสุ่ความยากจน ประเทศมีหนี้สินมากมาย เพียงเพราะเชื่อมั่นในการค้าเสรีอย่างงมงาย (Krugman (ศิริพงษ์, แปล))

หลักสูตรที่สอนให้เชื่อมั่นในการเสรี ที่เป็นภาวะอุดมคติ และห่างจากความเป็นจริง มีผู้ที่จบการศึกษา มากมายที่เข้าใจว่า การค้าเสรีมีเสรีมากพอที่จะเปิดโอกาศในเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ความเชื่อนี้ ได้ให้ความมั่นใจกับผู้ที่รับการศึกษา ออกมาเป็นผู้ประกอบการ นโยบายรัฐบาลที่สนับสนุน ให้มี SME เพิ่มขึ้น การมีผู้ประกอบการมากมายทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีความหลากหลาย เข้ามาเป็นผู้ผลิตเสนอสิ่งใหม่ๆ อาศัยกลไกตลาดคัดสรรการใช้ทรัพยากรในการผลิต และอำนาจเหนือตลาด ถูกกระจายอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจ มีตัวเลขยืนหยัดได้ ได้มีผลการศึกษาเปรียบเทียบสัดส่วน จำนวนSMEต่อบริษัทใหญ่ (Enterprise) ในญี่ปุ่น ที่เติบโตจนเข้าสามารถเข้าระดมทุนได้ในตลาดหลักทรัพย์ การมีSME  จำนวนมากจะสร้างความหลากหลายต่อเศรษฐกิจ เป็นฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง บทความนี้สนับสนุนการมี SME เพียงแต่เตือนว่ามันไม่ได้เสรีอย่างที่คิด     

 o

ตลาดการค้าเสรี  กลไกการแข่งขันในตลาด สามารถเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในสังคมด้วย วิธีการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีจำกัดอาศัยความต้องการของสังคมได้อย่างเหมาะสม ลดความรุนแรงที่เกิดจากความขัดแย้งในการแย่งชิงทรัพยากรได้อย่างมีตรรกะยุติธรรม เป็นสังคมยูโธเปีย สังคมที่คนทุกคนมีความเท่ากันทางฐานะและสติปัญญา อยู่ร่วมกันพึงพาอาศัยกัน มีคำกล่าวบางส่วนสะท้อนความเป็นยูโธเปีย ถ้าผ้าผืนสวยที่ทำอย่างปราณีบรรจงนี้ ต้องแลกด้วย สายตาที่เสียลงของผู้ที่ทำมันขึ้นมา ผ้าผืนนี้ก็ไม่มีมูลค่าใดๆกับสังคมเลย   ยูโธเปีย แปลว่า สถานที่ที่ไม่มีทางไปถึง และเป็นเสมือนจุดมุ่งหมายของสังคมนิยม กลไลตลาดที่แข่งขันก็อย่างเสรีดูเหมือนจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะไปถึงยูโธเปีย  แต่กลับกระบวนการเป็นไปในทางตรงข้ามแทน ตลาดเสรีเกิดขึ้นแล้วดับไปแถบจะในทันทีที่การแข่งขันเริ่มขึ้น ตลาดเสรีในอุดมคติของ นีโอคลาสิก มีอายุสั้นมาก และบอบบางเกินกว่าที่จะอยู่ในสภาพที่เป็นจริง เป็นเพียงความฝันดีวูบเดียว จากนั้นจะพัฒนาไปเป็น ตลาดผู้แข่งน้อยราย หรือ ตลาดผูกขาดในที่สุด กระบวนการการพัฒนาของตลาดเสรีที่ห่างออกไปจากความฝันอันสวยหรู กระบวนการเปลี่ยนจากตลาดการค้าเสรีไปเป็นตลาดผูกขาด อธิบายได้ไม่ยาก 

 

ต่อ>>

http://countervailing.wordpress.com/freetrede3finish/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.