10.10.2550 Morning Section 10:31-12:17 At TCDC
Design Education Seminar (ช่วงเช้า)ผู้บรรยาย ประกอบด้วย
รศ. ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ , อาจารย์ อุกฤษณ์ ปัทมานันท์,รศ. ดร. อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์,ผศ. ธเนศ วงศ์ยานนาวา
__
ความรู้ของอาจารย์ แต่ละท่านได้ให้ข้อคิดที่สำคัญในหลายด้าน การถามตอบสดๆ ทำให้อาจารย์ ธเนศ วงศ์ยานนาวา ปฎิเสธที่จะออกความเห็น และใช้วิธีอ่านเรื่องที่เตรียมมาให้ฟัง กรรมเลยมาตกที่ผู้ฟังอย่างผม ที่ต้องประติประต่อเรื่องกันเอง จับประเด็นได้ เพียงส่วนหนึ่ง แต่ก็เพียงพอที่จะนำมาใช้ให้เกิดข้อคิดได้ บทความนี้แบ่งเป็น สอง ส่วน
ส่วนแรกเป็นคำพูดของ อาจารย์ ส่วนที่สองเป็น เรียบเรียง ขึ้นมาเอง จากนั้นใครอยากจะ เพิ่มเติมแก้ไข ก็แล้วแต่เวลาของแต่ละคนนะครับ ขอเริ่ม จากส่วนที่สองก่อน นะครับ
เรียบเรียง
ข้อมูล ที่จับใจความได้สั้นๆ ประกอบกับเวลาที่มีจำกัด ทำให้จับต้นชนปลายลำบาก ถ้ามันห่างจากสิ่งที่ อาจารย์ตั้งใจจะสื่อสาร ก็เพราะเป็นการเรียบเรียงและตีความของผมเอง
ผู้จัดต้องการให้ พูดถึงเรื่อง WTO กับการค้าเสรี ให้กับนักออกแบบฟัง แต่โดยส่วนตัวคิดว่า WTO มีผลต่อการกำหนดกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศไม่มากนัก ที่เป็นแบบนั้น เพราะประเทศที่มีอิทธิพลทางการค้าใหญ่ๆ เช่น กลุ่มประเทศอุตสหกรรม G8 ซึ่งทางเทียบปริมาณการค้าแล้ว น่าจะมีคะแนนเสียงที่มากกว่า แต่ WTO มีเป้าหมายกระจายความเจริญไปยังประเทศ ยากจน ทุกประเทศจึงมีศักดิ์ศรี เท่ากัน (139 ประเทศ) คือมีเสียงเดียว อเมริกา ออกเสียงได้ เท่ากับ หมู่เกาะโซโรมอน ประเทศที่มีความได้เปรียบในทุกด้านอยู่แล้ว จึงหันมาใช้ความเปรียบที่เกิดจากอำนาจทางเศรษฐกิจ และเครื่องมือที่สำคัญก็คือ FTA ที่ทำให้แต่ละประเทศตกลงกันเองแบบทวิภาคีได้ง่ายกว่าใช้กฎรวมกันของ WTO ซึงในการเจรจาด้านการค้า เห็นได้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐ มีบทบาท น้อยมากในการเจรจาต่อรอง ตัวแทนจากบริษัท เป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วเพราะถ้าเกิดปัญหาข้อขัดแย้งขึ้น รัฐจะบอกว่าเป็นเรื่องของ เอกชน ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ตามอุดมการณ์การค้าเสรี รัฐไม่ควรมาแซกแซง การค้าเสรีก็คือ ความพยายามเข้ามาใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอื่นๆ
__
ส่วนเรื่องการออกแบบ TCDC หวังว่า การออกแบบจะช่วยให้สินค้าไทยมีความเป็นโมโนโพลี ด้วยความกระหายอยากได้ของลูกค้าที่มีกำลังซื้อและพร้อมที่จะซื้อ เพราะเรา (หมายถึงระบบเศรษฐกิจไทย) ไม่สามารถแข่งกันด้วยต้นทุนได้อีกต่อไป เนื่องจาก การเข้ามาให้ตลาดด้วยค่าแรงที่ ต่ำกว่าของ จีน (เรื่องนี้รู้กันอยู่แล้ว น่าเบื่อมาก แต่ก็ต้องเน้นหน่อย)
การออกแบบเพื่อให้สินค้าและบริการมี ความสามารถเชิงการแข่งขัน แข่งอย่างไรก็ได้ที่ไม่ใช่ราคา การหาคำตอบประเภทนี้ต้องมาจากพื้นฐานความรู้ รอบด้าน มีความเข้าใจลูกค้า กระบวนการค้า การกระจายสินค้า (Logistic) นวัตกรรมทางการเงิน เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่บางคนคิดว่า มันหนักเกินไปสำหรับ นักออกแบบบ้านเรา แต่ผมคิดว่า ชิว ชิว ครับ ก็เพียงแค่คิดเท่านั้นเอง นักออกแบบเรา เก่ง และเพื่อให้นักออกแบบมีกระบวนการคิดที่ ลึกซึ่ง หลุดออกจากกรอบเดิมๆ ใช้ความคิดรอบด้าน มากขึ้นไปอีกหน่อย อาจารย์ก็เลยให้แง่คิดเชิงเปรียบเทียบว่า ทุกคนต่างมีกรอบคิดของตน และต่างก็ต้องเป็นทาสกรอบคิดนั้นๆ เช่น ความรู้ที่ร่ำเรียน มาจนมีการรับประกันผ่าน ใบปริญญา เป็นกรอบเฉพาะตน เพราะ ใช้มันทำมาหากินเป็นอาชีพ ที่นี้กรอบคิด เกิดจากรูปแบบใดบ้าง มีคำอธิบายของ เพลโต ในหนังสือเรื่อง Republic กล่าว เศรษฐกิจเป็นตัวกำหนด วิถีความเป็นอยู่ หมายความว่า ถ้าเราอยู่ในระบบเศรษฐกิจ แบบสังคมนิยม เราก็จะมีกรอบคิดแบบสังคมนิยมในทางการเมืองก็เช่นกัน เจนรามี เบนเทม (Jeremy Bentham) ก็พูดถึงด้วยว่า การเมืองครอบงำ ความคิด ความแตกต่างระหว่าง Plato กับ Bentham ก็คือ Plato ให้รูปแบบของระบบเศรษฐกิจ มีอิทธิพลต่อกรอบคิดของเรา ในขณะที่ Bentham บอกว่า จิตสำนึกทางการเมือง มีอิทธิพลต่อกรอบคิดของเรา กล่าวกันง่ายๆก็คือ กรอบคิดเราได้มาจากการศึกษา และ สภาพแวดล้อมทางสังคมนั้นเอง ไม่ว่า จะเป็น ระบบเศรษฐกิจ หรือ การเมือง ก็ตาม การคิดนอกกรอบ เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนกรอบ เท่านั้น เพราะไม่ว่า อย่างไร กรอบของเราก็ต้องอยู่ในระบบเศรษฐกิจการเมืองอยู่ดี
เรื่องต่อมาคำว่า User friendly คำนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ทีเป็นผลจากการคิดค้น Technology ทีไม่เคยเป็นมิตร ทำให้เรารู้สึกแปลกแยกและห่างจากธรรมชาติ Technology มีอำนาจเหนือผู้ใช้ ทำให้เราเป็นเพียง ผู้ใช้ต้องทำตาม ไม่งั้นมันก็จะไม่ทำงาน การออกแบบให้ สิ่งนั้นมีความเป็น User Friendly จึงเป็นวิถีชีวิตในสังคมอุตสาหกรรม
เป้าหมายการออกแบบที่คิดว่าเป็นเพียง การออกแบบเพื่อรับใช้ตลาด กลับมีอิทธิพลมากขึ้นต่อ สภาพจิตใจ เมื่องานออกแบบนั้นประสบความสำเร็จ ชักจุงให้ คิดเลยไปได้ว่า อะไรอะไร ก็ออกแบบเองได้ แม้กระทั่ง อารม ทำให้ดูเหมือนมีอิสระในการออกแบบชีวิตได้เอง เป้าหมายการออกแบบหันเหจาก จุดเริ่มต้น มุ่งไปเป็น การสร้างสิ่งใหม่ ความเป็นอมตะ และ ความมั่งคั่ง ธรรมชาติหรือโชคชะตา ความสำเร็จจึงถูกอธิบายด้วย ตรรกะของความขยัน ทำให้เส้นแบ่งระหว่างของจริง (ธรรมชาติ) กับ ของที่ถูกออกแบบ (นวัตกรรม) จึงเป็นความบางมาก แถบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คุณค่าที่เป็นค่านิยมในสังคม กลายเป็นใครที่ออกแบบชีวิตให้ ถึงเป้าหมายได้ เป็นผู้ที่ ท้าทายธรรมชาติ โชดชะตา เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม โดยปล่อยทิ้งให้แนวทางการเพียงพอที่เรียบง่ายเป็นเรืองไร้สาระ ไร้คุณค่า และ สังคมที่มีความสามารถในการออกแบบมากที่สุดคือ สังคม ที่มี ทุน ทั้งด้านการเงินและ วัฒนธรรม ที่มากกว่า
ooo
การตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความสำเร็จในการออกแบบนี้เองทำให้เรากลายเป็นทาสสิ่งที่เราออกแบบ นั้นก็คือสินค้า เพราะความกลัวที่ไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้า ความกลัวที่จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมออกแบบ เรื่องนี้คล้ายกับแนวคิดของ มารก์ซ์ ที่ว่า ในระบบอุตสาหกรรม เราผลิตสินค้าเพื่อขาย ไม่ได้ผลิตเพื่อบริโภคเอง การขายสินค้าได้ หมายถึงความสามารถในการซื้อของอื่นๆ ที่จำเป็น ที่เราไม่ได้ผลิตเอง ถ้าขายไม่ได้ ก็ไม่สามารถหาซื้อบริโภคสินค้าที่จำเป็นอื่นๆได้ การผลิตเพื่อขาย จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสินค้ามีอิทธิพลต่อความมั่งคงในชีวิต เช่นนี้ เราจึงตกเป็นทาศ สินค้าอยากเลี่ยงไม่ได้ เป็นที่มาของ ลักธิวัตถุนิยมประวัตศาสตร์
ร่วมสมัย
ร่วมสมัย เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ในการวิเคราะห์เพื่อหาข้อเท็จจริงเชิงประวัติศาสตร์ เช่น ความคิดเรื่องอิสระภาพ ไม่น่าจะเป็นแนวคิดในสมัยพระนเรศวร เพราะในเวลานั้น การแบ่งเขตดินแดนยังไม่มีความแน่นอน และ พระนเรศวรเอง ก็ไม่ได้มีความคิดว่า ตัวเองเป็นคนอยุธยา แต่เป็นคนของพิษณุโลก จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศอิสระภาพ เพราะพม่าก็ไม่ได้ส่งคนเข้ามาปกครองในพื้นที่ของอยุธยา อิสระภาพเป็นแนวคิดที่เกิดในช่วงสมัยอเมริกาประกาศเอกราชกับอังกฤษ
เรื่องร่วมสมัยนี้ ผู้เขียนเคยมีโอกาศได้ถาม อาจารย์ แล ดิลกวิทยารัตน์ (รศ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ในเรื่องความหมายของ หนังสือตราภูมิคุ้มห้าม ว่าเป็นเรื่องของ ปะเต็นส์ (Patent) ใช่ไหม เพระเคยได้อ่านจากที่หมอบัดเลย์ เขียนไว้(ในสมัยนั้น)ว่า ถ้าใครอยากขายอะไร ก็เพียงไปขอ หนังสือตราภูมิคุ้มห้าม จากเจ้านายก็จะได้รับคุ้มครองการขายสินค้า หมอบัดเลย์คิดว่าหนังสือตราภูมิคุ้มห้าม น่าจะเหมือนเป็น ปะเต็นส์ แต่ใช้ในทางผูกขาดมากกว่าการสนับสนุนความคิดใหม่ ๆ อาจารย์แล แกเมตตาสอนให้ผมคิดแบบร่วมสมัยว่า มันไม่ใช่ แบบนั้นหรอก เพราะ คนส่วนใหญ่ยังอยู่ในระบบไพร่ ไม่มีอิสระในการค้าขาย ยังไม่มีสถาบันคุ้มครองกรรมสิทธ์ส่วนบุคคล กำไรที่ได้จากการค้าตกเป็นของเจ้าขุนมูลนาย จึงเป็นไปได้ยากที่การค้าส่งผลให้เกิดแนวคิดแบบปะเต็นส์ได้ ส่วนหนังสือตราภูมิคุ้มห้ามนั้น เป็นหนังสือที่ใช้ยกเว้นการเกณฑ์ไพร่ของหลวง ไปรับใช้ ราชการของพระเจ้าอยู่หัว ผมก็ทักว่า อย่างนี้เวลาอ่านหนังสือ จะเชื่อได้อย่างไรว่าหนังสือบอกถูกหรือไม่ อาจารย์ แกบอกว่า แล้วใครใช้ให้อ่านหนังสือ เล่มเดียวละ ก็อ่านหลายๆเล่ม แล้ว คิดซิ จากนั้นก็ยกตัวอย่างการสมัมนา เรื่อง พระราชพิธีสิบสองเดือน มีฝรั่งคนหนึง วิเคราะห์ ว่าเป็นพิธีของชนชั้นปกครอง เพื่อจุดประสงค์ อะไรๆก็ ว่ากันไปอย่างยาว มีการจัดเวทีเพื่อ ถกเถียงกัน พอหลังจากจบ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็ไปบอกว่า ที่หนังสือเขียนว่า “พระราชพิธีนี้เป็นของชนชั้น เรา” ความหมายของภาษาในเวลานั้นก็คือ รุ่นเรา เป็น เจนเนอเรชั่นเดียวกัน อยู่ในสมัยเดียวกัน ฝรั่งคนนั้นก็ นิ่งไปเลย เพราะ ตีความภาษาผิด ที่นี้ก็ผิดตามกันไปหมด เราก็เลยไม่เห็นหนังสือ เรื่องพระราชพิธีนี้ ที่เขียนโดยฝรั่งคนนั้น เลย ผมคิดว่า ความคิดร่วมสมัยมีประโยชน์ในการออกแบบอยู่ เหมือนกัน แต่ไม่รู้จะ ยกตัวอย่างอย่างไง ใครรู้ก็ช่วยๆกัน หน่อยนะครับ
ส่วนแรกเผื่อเอาไว้อ้างอิง ครับ เพราะจดจากฟังได้ เท่านี้
นอกกรอบ เราอาจจะไม่มีอิสระในการคิด ต้องอาศัยกรอบใดกรอบหนึ่งเสมอและกรอบที่เราอยู่ตอนนี้ เรียกว่าเสรีนิยม การเลือกเรียนก็ขึ้นอยู่กับค่านิยมในสังคม พ่อแม่แนะนำชักจุง พอเรียนจบมาแล้ว เราก็ต้องรับใช้ เป็นทาศของปริญญา นั้นต่อไปอีก การใช้สื่ออย่างเข้มข้นทำให้สังคม มุ่งบริโภคสินค้าที่เกิดจากอุตสหกรรมจิตสำนึก เป็นการชักจุงมากกว่าชักใย ทำให้เกิด วิถีแบบพึงพาวัตถุ สินค้ามีคุณค่าเพราะดันไปกลัวว่ามันจะไม่เป็นของเรา เป้าหมายในการออกแบบ มี สี่ข้อ แต่ดันจำได้สามข้อ คือ การสร้าง การเป็นอมตะ ความมั่งคั่ง สังคมอุตสหกรรมทำให้ เรามีเครื่องมือ พอที่จะออกแบบ ชีวิตได้ อารมณ์ ก็ออกแบบได้ ดูเหมือนมีอิสระในการกำหนด ชะตาชีวิต ความเรียบง่ายและการเพียงพอ ก็หมดความหมาย ธรรมชาติและนวัณตกรรม กำลังถูกรวบรวมให้เป็นสิ่งเดียวกัน เส้นแบ่งจางลงมาก ความรู้ เทคโนโลยี มีประโยชน์ใช้สอยเท่านั้น ต้องมีความงามด้วย เช่น Ipod สีขาวสะท้อน ความสะอาด Design เป็นการสร้างของเรา ไม่ได้เป็นธรรมชาติ การค้าเสรี การเจรจาต่อรองการค้าระหว่างประเทศ ตัวแทนทางการค้าจะเป็นผู้เล่นที่โดดเด่น กว่าเจ้าหน้าที่ทางการทูต “กลไกการเมืองควบคุมความคิด” Jeremy Bentham หรือ ใน หนังสือเรื่อง Republic ของ Plato ที่กล่าวไว้ว่า พื้นฐานทางเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนด (ออกแบบ) วิถีชีวิต ความหมายเชิงสัญลักษณ์ จึงเป็นกลยุทธทางเศรษฐกิจ ร่วมสมัย แนวคิดอิสระภาพไม่มีอยู่ในสมัยพระนเรศวร ปี 1767 อยุธยาแตก อีกสิบปีต่อ มา 1776 อเมริกาก็ประกาศอิสระภาพ ถือว่า ร่วมสมัย ทุกข์นำไปสู่ความรู้ ศาสนาพุทธไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่เป็นศาสนาของชาวบ้าน กับ ศาสนาของปัญญาชน นวนิยายมีอิทธิพลในการชักจุง มีผลต่อการสร้างจิตนาการ สังคมไทยคุ้นกับ ความสัมพันธ์แบบแนวดิ่ง ปฏิรูปสังคมจะเกิดขึ้นต่อเมือ เศรษฐกิจตกต่ำ การขยายอาณาเขตของการออกแบบ ทำให้กลุ่มมีการออกแบบ สถานะของตนเอง เฉพาะด้านขึ้นอยู่กับ ทุน การเงินและทุนทางวัฒนธรรม ใครเป็น คนกำหนดการออกแบบ ระหว่างตลาดหรือ ผู้ซื้อ หรือ ทั้งสองฝ่าย เทคโนโลยี จริงๆแล้วเป็นได้เป็นมิตร กับ ผู้ใช้ เลย เลย จำเป็นต้องมี User friendly ผู้ใช้จึงตกเป็นเพียงผู้ Operate ต้องเชื่อฟังเท่านั้น ถึงจะทำได้ สายตา ครอบงำความคิดที่ได้จากการเห็น แล้วเราเอาหู กับ ลิ้นไปไว้ไหน
ไม่ขอสรุปอะไรครับ คิดว่าการเขียนขาดๆ เกินๆ เป็นเหมือนกับการขอให้สมาชิกที่มีพอจะมีเวลาทบทวนช่วยกันเติมให้ส่วนที่ ขาด แล้วเจอกัน ครั้งต่อไปนะครับ