Author Archives:

ความลับทางธุรกิจกับโอกาสหนึ่งในประวัติศาสตร์

ธีรพงศ์ ไชยมังคละ หลังจากญี่ปุ่นบุกไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง รัฐบาลพิบูล ก็ประกาศยอมกองทัพญี่ปุ่นให้ผ่านไปตีพม่าแต่โดยดี ซึ่งไม่กี่วันต่อมา พิบูล ก็ทำเรื่องที่นำแปลกใจอีกครั้ง ด้วยการนำประเทศไทยเข้าเป็นพวกญี่ปุ่น ต่อต้านตะวันตกอย่างเต็มที่ (ไม่เห็นแก่หน้าทหารไทยที่ต่อต้านญี่ปุ่นอย่างหนักหน่วงที่ประจวบคีรีขันเลย) หลังจากหายงงกับอาการเปไปเปมาของผู้นำซึ่งไม่กี่วันก่อนยังเที่ยวปลุกระดมให้ต่อต้านญี่ปุ่นอยู่เลย จากนั้นปรีดีก็ตั้งหลักต่อต้านญี่ปุ่นด้วยการบ่ายเบี่ยงไม่ให้ความสะดวกต่อการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดของรัฐบาลไทยที่ไปในทิศทางสนับสนุนกองทัพญี่ปุ่น จนญี่ปุ่นต้องสั่งให้ พิบูล ปลดเขาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปเป็นผู้สำเร็จราชการ ทำให้มีเวลาบัญชาการกองกำลังเสรีไทยอย่างเต็มเวลา เรื่องราวข้างต้นนี้ เราต่างรู้กันดีจนไม่น่าออกแรงเขียนขึ้นมาอีก แต่มันอาจช่วยเสริมบรรยกาศก่อนจะเข้าเรื่องต่อจากนี้ หลังจาก พิบูล ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพัมธมิตร ส่งผลให้ธุรกิจและทรัพยสินของอังกฤษภายในประเทศไทยถูกยึดทั้งหมด มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดูแลทรัพย์สินของศัตรู หนึ่งในธุรกิจสำคัญนั้นก็คือ ธนาคารสาขาของอังกฤษ คณะกรรมการชุดที่ดูแลธนาคารสาขาของอังกฤษ ได้เรียนรู้วิธีการดำเนินกิจสาขาในธุรกิจการธนาคาร ที่ในเวลานั้นเป็นเรื่องน่าพิศวงมากสำหรับธนาคารท้องถิ่นที่กำเนิดขึ้นเองในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมด (น่าจะยกเว้น มิสซุยแบงค์ของญี่ปุ่น ที่เก่าแก่ย้อนไปได้ถึงสมัยเอโดะ) ธนาคารของเอเชียเกือบทั้งหมดเติมโตมาจากการทำธุรกรรม ฝาก ถอน กู้ยืม และ อำนวยความสะดวกให้การโอนเงินระหว่างประเทศ และการค้าระหว่างประเทศ เท่านั้น ยังไม่มีความรู้ถึงวิธีการจัดการในระบบสาขา ความรู้นี้ หนึ่งในคณะกรรมการชุดนั้นได้นำมาเสริมให้กับธุรกิจของธนาคารกรุงเทพฯ ทำให้ธนาคารกรุงเทพมีกิจการที่สามารถระดมเงินออมภายในประเทศ และอำนวยความสะดวกให้กับการค้าระหว่างประเทศ กลายเป็นธนาคารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันเฉียงใต้ ในเวลาต่อมา กล่าวได้ว่า การได้ความรู้ในการทำธุรกิจระดับอินเตอร์เช่นนี้ หาไม่ได้ด้วยวิธีอื่นใดนอกจากวิธีที่กองทัพญี่ปุ่นได้เปิดโอกาสให้ แล้วไม่มีคนไทยหรือชาวเอเชียคนไหนในประวัติศาสตร์จะมีโอกาสเข้าไปล้วงตับ “สิงโต” [...]

Heil Hitler ประเทศไทย ปี 2555

การพยายามเอาคำตอบให้ได้ว่าทำไมกรรมการ 15 คนจึงมีสิทธิเท่ากับ ส.ส ส.ว ดูน่ารำคาญมากกว่าแสดงความมุ่งมั่นในระบอบการปกครอง ซึ่งคำตอบก็อยู่ในระบบการบริหารอยู่แล้ว ที่บางเรื่องอาศัยเพียงตัวแทนก็เพียงพอ และท่านประธานฯก็อุตสาห์ให้คำอธิบายอีกครั้ง แต่ดึงดันทำเป็นไม่เข้าใจจนประธานฯบอกว่า พอสมควรแล้วนะ เรื่อง “ไฮ ฮิตเลอร์” จึงน่าจะเป็นเพียงแค่สมาชิกที่ต้องการมีผลงานปรากฏออกมา เป็นเรื่องโดยทั่วไปตามวิธีวัดผลผู้ที่ปฎิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง ผลงานก้าวร้าวนี้จะถูกตีความภายในพรรคว่าเป็นความตั้งใจทุ่มเท เอาจริงเอาจังกับระบบเสียงข้างมาก  เพียงแต่การไม่รับฟังเหตที่ควรแก่การยกเว้น บ่งบอกความนัยที่พร้อมจะตีความลักษณะอื่นๆ ที่ไม่ใช้เสียงข้างมาก ว่าเป็น “เผด็จการ” การแสดงความเคารพแบบพรรคนาซี จึงผุดออกมาให้ได้ฮากันทั้งเมือง …….. ถ้าเทียบระหว่าง “ความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของการนำระบบเสียงข้างมากมาใช้ปกครอง กับ ระดับการควมคุมอารมณ์ของเขาแล้ว เห็นว่า เขาหนักไปในทางขาดความเข้าใจฯเสียมากกว่า เป็นเรื่องน่าวิตกสำหรับสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยไปกว่าระดับ EQ เลย ..ไม่เช่นนั้นจะนำเรื่องปลีกย่อยแค่นี้ไปเปรียบกับพรรคนาซีได้อย่างไร… (ถ้าเขาเป็นเผด็จการรัฐสภาจริง คงถูกยิงนอกสภาฯไปแล้วไม่มีโอกาสมาเรียกเสียงฮาแบบนี้ได้หรอก ฮ่าๆ )

การบริหารพรรคการเมืองและการบริหารธุรกิจ ปี 2555

การบริหาร ธุรกิจ แต่เดิมอาศัยคนใกล้ชิดที่สนิทชิดเชื้อทางเครือญาติ เป็นคนในที่ไว้ใจได้ เป็นที่รู้จักดีกับผู้บริหาร ซึ่งใช้ได้ดีกับธุรกิจขนาดเล็ก ดังนั้นการเข้ามาของบุญชู โรจนเสถียร จึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในธนาคารกรุงเทพฯอย่างมาก เขาได้ชักชวน นักบัญชีที่มีความรอบรู้ มีประสบการณ์เข้ามาร่วมทำงานในธนาคารอีกหลายคน เช่น นายประยูร วิญญรัตน์ นายดำรงค์ กฤษณามระ และนายสหัส มิลินสูต เป็นต้น ธุรกิจธนาคารพาณิชย์เป็นธุรกิจระดับประเทศ ต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้คนทุกระดับชั้นอาชีพ นายชิน โสภณพนิช เป็นนักธุรกิจคนจีนที่กลายเป็นไทยกลุ่มแรกๆที่เปิดให้คนนอกที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมงานด้วย ………………. ธนาคารกรุงเทพจำกัด.ก่อนจะถึงวันนี้ 2524 หน้า 50 พัฒนาการด้านการบริหารงานธุรกิจ มีการปรับเปลี่ยนตามยุดสมัยจนมีลักษณะเป็นสากลขึ้นเรื่อยๆ สามารถแข่งขันได้ในระดับประเทศ แต่เมื่อนำมาเทียบกับการพํฒนาระบบพรรคการเมืองในประเทศไทยกลับพบว่า  มีลักษณะย้อนยุด จากการรวมรวบผู้คนที่มีความสามารถ ถอยกลับมาใช้วิธีสืบทอดจากรุ่นไปอีกรุ่น ราวกับว่าอำนาจภายในพรรคการเมืองเป็นสมบัติประจำตระกูล เช่น พรรคชาติไทย จากที่เริ่มต้นด้วยการรวบตัวของหลายฝ่ายเข้ามช่วยคิดเพื่อแสวงหาอำนาจบริหารผ่านการเลือกตั้ง แต่หัวหน้าพรรคในปัจจุบัน นายบรรหาร กลับมีพยายามส่งผ่านอำนาจไปยัง พวกศิลปอาชา ด้วยกัน หรือแม้แต่ สนั่น ขจรประศาสน์ สุเทพ เทือกสุบรรณ เฉลิม อยู่บำรุง ล้วนแล้วกำลังโอนอำนาจทางการเมืองให้ลูกชายหรือทายาท ทำเหมือนที่ ชัย ชิดชอบ [...]

รดน้ำดำหัวปี 2555

ธนาคารพาณิชย์ เป็นสถาบันสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เป็นหลักการที่เกิดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการค้าการลงุทน ถือกำเนิดในประเทศตะวันตก และจากการเคลื่อนไหวทางประวัติศาสตร์ส่งผลให้ผู้คนในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกือบทั้งหมดไว้ใจ ธนาคารชาติตะวันตกที่เปิดสาขาภายในประเทศของตนมากกว่า ธนาคารที่ถือกำเนิดขึ้นใหม่ในท้องถิ่น เว้นแต่เพียงในประเทศไทย ผู้คนส่วนมากในดินแดนนี้ไว้ใจธนาคารท้องถิ่นมากกว่าของนอก และยังคงเป็นเช่นนี้มาจนปัจจุบัน เหตที่ธนาคารท้องถิ่นได้รับความเชื่อถือจากคนท้องถิ่น มากกว่าผู้คนในดินแดนอื่นๆติดๆกันนี้มีนัยยะสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การปรองดองของอำนาจภายในประเทศ นั้นก็คือ อำนาจปกครองและอำนาจทางเศรษฐกิจ ในส่วนแรกเป็นอำนาจทางจารึตที่ปรับตัวให้ทันสมัย มาตั้งแต่รัชสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5 และอำนาจในส่วนหลังเป็นของคนจีนที่ในชั้นแรกมาเป็นเพียงผู้อาศัย ในชั้นต่อมาได้กลายเป็นพลเมือง เป็นคนไทยเชื้อสายจีน การปรับตัวของอำนาจปกครองตามจารีตนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนดูเหมือนจะไร้เทียมทาน ในขณะที่การขยายตัวของระบบทุนนิยม ก็มีพลวัตเคลื่อนไหวสร้างประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง หลังจากการเปลี่ยนเปลง 2475 อำนาจปกครองแบบจารีคดูเหมือนจะหายไปเกือบหมด แต่ก็กลับฝื้นขึ้นมา ประสานปรองดองกับอำนาจเศรษฐกิจได้อย่างลงตัว เห็นได้จาก นายธนาคารใหญ่ ที่ก่อร่างขึ้นมาในปี 2487 เมื่อเสียชีวิตลงได้ รับการอนุเคราะห์ เฉกเช่นเดียวกับผู้ที่อยู่ในด้านอำนาจปกครอง การปรองดองระหว่างกลุ่มอำนาจสองประเภทนี้เป็นเรื่องเฉพาะของคนท้องถิ่นนี้ หรือ รู้จักกันอย่างกว้างๆว่า แบบไทยไทย (ที่บางคนคิดว่าคำนี้สามารถนำไปใช้ปฏิเสธความหมายที่แท้จริงในทางตะวันตกได้) มีความสำคัญในการขับเคลื่อนทางสังคม เป็นลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของคนท้องถิ่นนี้ เรื่องราว” ความน่าเชื่อถือของธนาคารท้องถิ่นกับคนท้องถิ่น” ที่นำมาอธิบายการปรองดองระหว่างอำนาจเดิมกับอำนาจใหม่ (ทุนนิยม) มีเส้นทางยาวและสลับสับซ้อนจนน่าเบื่อ และการอธิบายแบบสั้นๆ ห้วนๆก็ไม่จุงใจให้เกิดความน่าเชื่อถือได้เลย แต่เพียงแค่ลักษณะที่โดดเด่นกว่า ธนาคารท้องถิ่นในประเทศเพื่อนบ้านก็น่าจะสะกิดใจได้บ้าง ดังนั้นการที่ท่านนายก ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มทุนใหม่ [...]

ลักษณะอำนาจของ Capitalism

โดย ธีรพงศ์ ไชยมังคละ อำนาจทางสังคมสุงสุดก็คืออำนาจปกครอง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดตลอดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีใครหรืออะไรที่ท้าทายอำนาจนี้จนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างได้ .. จนกระทั่ง Locke และ Smith เสนอ ลักธิเสรีนิยม อำนาจปกครองก็ได้ถูกท้าทายจากอำนาจที่เกิดจากลักธิใหม่ ถูกดูดกลืนปรับเปลี่ยนการใช้งานโดยกลุ่มคนที่มีทั้งอุดมการณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมใหม่ รู้จักกันในชื่อพวกบูรชัวชี  กล่าวได้ว่าโครงสร้างอำนาจปกครองแต่เดิมถูกจัดการเสียใหม่ บูรชัวซีค่อยๆยึดอำนาจจากกลุ่มผู้ปกครองเดิม เพื่อกำหนดใช้อำนาจปกครองเสียใหม่ให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของตน เช่น ในทางเศรษฐกิจพวกเขาออกกฏหมายคุ้มครองกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล(หรือส่วนของพวกเขา) ในทางการเมือง ได้กำหนดกติกาในการเลือกผู้เข้ามาใช้อำนาจปกครอง และถ้ามีใครหรือกลุ่มใดใช้อำนาจปกครองผิดไปจาก วิถี อุดมการณ์และวัฒนธรรมของตน พวกเขาก็จะโค่นมันเสีย ทั้งในรูปของกติกาหรือพลังของคนส่วนใหญ่ที่เรียกกันว่าประชาชน…… อำนาจใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลังนี้เรียกว่า อำนาจทางเศรษฐกิจ เป็นระบบเศรษฐกิจที่ไม่ได้พึงอิงความอุดมสมบรูณ์ที่มีตามธรรมชาติ แต่อยู่ในรูปแบบของการผลิต และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์(การแลกเปลี่ยน)เพื่อเสริมให้อำนาจผลิตนั้นมีอิทธิพลครอบงำการกระทำทุกอย่างของมนูษย์ และจากนั้นเป็นต้นมา ความรู้ของมวลมนุษย์ก็มุ่งเน้นไปสู่วิธีการผลิตสิ่งใหม่ๆ และกลวิธีที่ทำให้ขายมันให้ได้.. ซึ่งบ่อยครั้งที่ดูเหมือนความรู้นั้นถึงขั้นท้าทายธรรมชาติด้วย อำนาจใหม่ของคนกลุ่มใหม่ในสังคมที่ท้าทายอำนาจปกครองของมนุษย์ที่คุ้นเคยกันมามาเป็นพันๆปีนี้ รู้จักกันในนาม ทุนนิยม ( Capitalism หรือความกระสันอยากเป็นเมืองสำคัญจนตัวสั่น) ..เป็นอำนาจที่เกิดขึ้นมาในประวัติศาสตร์สังคมมนุษย์เมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้เอง…..และจากผลงานที่ สามารถปรับเปลี่ยนอำนาจปกครอง ผลิตสิ่งอำนวยความสะดวกให้มนุษย์ จึงค่อยๆขยับฐานะจากน้องใหม่กลายมาเป็นอำนาจในกระแสหลักที่ก้ามข่มอำนาจปกครองแต่เดิมได้ และดูเหมือนจะไร้เทียมทาน  .. ซึ่งดูเหมือนหลายคนเชื่อว่าทุนนิยมเป็นอำนาจทางสังคมที่จะอยู่กับมนุษย์ตราบนี้ไปจนสิ้นโลก..

เรียงความที่ระลึกวันตรุษจีน ปี 2555

โดยธีรพงศ์ ไชยมังคละ นอกจากภาษาพูดที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีอาชีพแตกต่างกันด้วย เช่น พวกแต้จิ๋วจะเป็นพ่อค้าขายส่ง พวกกวางตุ้งเป็นช่างไม้ช่างกล ไหลลำเป็นคนรับใช้ตามบ้านเรือนโดยเฉพาะชาวยุโรป รวมถึงภัตตาคารจีน ส่วนฮกเกี้ยน ส่วนใหญ่อยู่ภาคใต้ ทำเหมืองแร่ และมีอิทธิพลทางการเมืองระดับท้องถิ่น… แต่การแบ่งนี้ก็ไม่ได้เข้มงวดเด็ดขาด ………(วิลเลียม สกินเนอร์เขียนไว้ในหนังสือ สังคมคนจีนในประเทศไทย). จีนติดต่อค้าขายกับไทยมาเป็นระยะเวลานาน ด้วยรูปร่างและความเชื่อที่แตกต่างกันไม่มากทำให้คนจีนผสมปนเปกับคนไทยได้ไม่ยาก  จนยากที่จะแยกออกจากกันได้ นอกเสียจากการแต่งตัวและวัฒนธรรมที่เจ้าตัวเลือกใช้   อย่างไรแล้วพวกเขาได้ยึดครองอาชีพในระบบเศรษฐกิจ ทั้งการค้า(ส่ง/ปลีก, ระหว่างประเทศ) การผลิต การธนาคาร ไปเสียหมด คงเหลือไว้แต่การกสิกรรมและราชการ ที่ยังคงเป็นอาชีพสำหรับคนไทย ถึงพวกเขามีระบบการแบ่งตลาดตามภาษาและอาชีพ แต่ก็ใช้วัฒนธรรมเดียวกันนั้นก็คือ วันตรุษ ที่ต่างก็หยุดการทำงานตามประเพณีเป็นเวลา 3 วัน มาตลอดโดยไม่คำนึงถึงว่า ราชการจะหยุดให้หรือไม่ การหยั่งรากลึกในสังคมไทยเรื่อยมาตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี ประกอบกับอำนาจที่มาจากการยึดกุมฐานเศรษฐกิจ ทำให้มีแนวโน้มจะทำให้ ประเพณีไทย ต้องย้ายมาทำกันที่วันตรุษจีน เนื่องจากแรงงานที่เข้ามาทำงานรับจ้างในเมืองต่างรอช่วงเวลานี้ เพื่อจะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ ปูย่าตายาย และดูเหมือนเป็นโอกาสเดียวในรอบปีที่พวกเขาจะอยู่กันพร้อมหน้ากันได้ … จนกระทั่ง รัฐบาล พลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ [...]

เรียงความที่ระลึกกรณีจ่ายชดเชยให้กับผู้สูญเสีย ปี 2555

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ตัดสินใจนำเงินภาษี มาจ่ายเงินชดเชยผู้เสียชีวิตในเหตการณ์ที่ปะทุขึ้นต้นปีที่แล้ว แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายตรงข้ามถึงความเหมาะสม แต่ก็มีความสำคัญมากสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม    กลุ่มคนที่ต้องชดเชยเยีบวยานี้  แม้จะเป็นเพียงเบี้ยที่ถูกปลุกให้สู้ตามอุดมการณ์ที่ลอกตะวันตกมา ถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองของกลุ่มอำนาจที่ต้องการความชอบธรรมในตรรกะของตน ดูจะเป็นเหยือทางการเมืองอย่างไร้เมตตา เพื่อให้ผู้นำของตนเข้าสู่อำนาจปกครอง.. แต่ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมไทย  การต่อสู้ทางสังคมครั้งให้บทเรียนว่า อำนาจ จะไม่ผูกขาดโดยสถาบันใดสถาบันหนึ่งอีกต่อไป ถ้าลองนึกย้อนกลับไปช่วงเวลาหลัง 19 กย ใหม่ๆ  บรรยกาศในเวลานั้น มีทั้งความแปลกใจ ความยินดี คละเคล้ากันไป  แต่มันก็ผลิตซ้ำน่านิยมในโครงสร้างอำนาจเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นจากการที่มีนายทหารรุ่นใหม่ หลายคน ถึงกับเอ่ยชื่นชมการกระทำครั้งนี้ของรุ่นพี่ ราวกับว่าเป็นจุดสุดยอดของอาชีพทหาร และตัวเขาเองโตขึ้นก็อยากโค่นรัฐบาล ..โค่นอำนาจรัฐบ้าง . ซึงผลของการต่อสู้ยิบตาของอำนาจใหม่นี้ ได้สั่งสอนคนพวกนี้ให้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ (เราน่าจะเตือนให้ทหารตระหนักไว้ว่า สัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างขนาดของประเทศกับกองทัพ ในความเห็นของ พ.อ. พระยาทรงสุรเดช มีแค่ระดับนายพันเท่านั้น การจัดองค์กรให้มีถึงขั้นนายพล เป็นภาระที่มากเกินไป ต่อระบบเศรษฐกิจ) นี้ยังไม่นับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในหลายๆมิติ เช่น มันได้ดึงผู้คนทั้งหมด ให้หันมาสนใจปัญหาการเมือง ดึงดูดทุกอาชีพตั้งแต่คนมีรายได้มากจนถึงรายได้ไม่มาก (เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทีตลอดสิบปีไม่เคยถามเรื่องราวทางการเมืองก็เริ่มสอบถามพูดคุย) ปรับทัศคติของกลุ่มอำนาจเดิม ที่เคยคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องเฉพาะผู้มีหน้าที่ เช่น นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ นักกฏหมาย (การเมืองแยกจากการทหารมาตั้งแต่ลัทธิพาณชยนิยมเสื่อมลง) เริ่มมีกระบวนทบทวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ผ่านมาที่ส่งผลให้บางกลุ่มบางพวกออกอาการกระแดะ ถึงขั้นปรามาสคนจนว่า [...]

สวัสดีปีใหม่ 2555

ความสามารถในการครอบงำ ระบบปฏิทินของ ยุโรป ได้ทำให้ทุกอารยธรรมในโลกเข้าสู่ปีใหม่พร้อมๆ กัน แม้จะเผยให้เห็นอำนาจความรู้ของยุโรปที่เหนือว่าที่อื่นๆ …… แต่การรับปฏิทินนี้ของอารยะธรรมอื่นๆ ว่าระบบปฏิทินยุโรปเป็นสากล แสดงให้เห็นถึง การลดอัตตา และยอมให้เหตผลของระบบปฏิทินยุโรป ที่สามารถอธิบายการเคลื่อนของจักรวาลได้ดีกว่า ปฏิทินที่เกิดจากอารยธรรมของตน ทำให้ปฏิทินจีน ปฏิทินไทย ปฏิทินอินเดีย และอื่นๆ ค่อยๆกลายเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น การยอมรับความรู้ที่เจิดจรัญของยุโรปนี้ ก่อให้เกิดมิตรภาพระหว่างอารยธรรมต่างๆบนโลก ที่ค่อยๆงอกเงยขึ้นจากความเฉลียวฉลาดที่เฝ้าสังเกตดวงดาวและตีความออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์   มิตรภาพนี้เห็นได้จาก ผลที่ทั่วทั้งโลกทุกอารยธรรม countdown เกือบจะพร้อมๆกัน… ที่ต่อมาคาดว่ากิจกรรมนี้จะกลายเป็นมรดกของมวลมนุษย์ และความรู้นี้ยังทำให้เราตระหนักว่า เราอาศัยอยู่ในดวงดาวสีฟ้าสวยงามอย่างโดดเดี่ยว…วันนี้วันปีใหม่ จึงบอกกับเราว่่า โลกกำลังโคจรเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเมือปีที่แล้ว ในระบบสุริยะจักรวาล.. “อีกครั้ง” … เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ไม่ว่าจะนับ 2555 หรือ 2012 ขอให้อำนาจแห่งความรู้ ที่แปรอยู่ในรูปสิ่งศักดิ์สิทธ์ ในแต่ละความเชื่อของแต่ละคน อวยพรให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ มีความสุข มีจิตใจที่แจ่มใส มีสติปัญญา มีกำลังใจ ที่เข็มแข็ง เพื่อแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน และคงไว้ซึ่งมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างกันตลอดไป  ….. สวัสดีปีใหม่ครับ

วัฒนธรรมเดียวกันภายใต้ระบบการปกครองที่แตกต่าง

ดร.เอบีซึ…. ทำไมผลงานวิจัยคุณถึงได้สรุปว่า วัฒนธรรมของสองฝั่งโขงยังเหมือนกันอยู่ ระบบสังคมนิยมฝั่งโน่น กับระบบประชาธิปไตยฝั่งนี้ไม่ก่อให้เกิดความแตกต่างเลยหรือ รูปแบบการปกครองไม่มีผลทำให้วัฒนธรรมแตกต่างกันอย่างนั้นเลยจริงหรือ…. ดร.ดีอีเอฟ.. ท่านครับ ลาวเขาประกาศว่าเป็นสังคมนิยม แต่จริงๆ เขาก็ไม่ได้เป็นสังคมนิยมจ้า นะครับ..เขายังปล่อยคนของเขาทำมาหากินแบบเดิมอยู่ ขนาดทางการ เอาป้ายมาติดไว้ทุกบ้านว่า ห้ามพูดคุยกับคนชาติอื่น เรื่อยเปือย เราเข้าไปพวกเขายังแอบมาคุยกับเราเลย เขาไม่ค่อยกลัวรัฐเท่าไร เฮฮาเหมือนชาวบ้านฝั่งเรา ทำมาหากินแบบสนใจอุดมการณ์สังคมนิยมน้อยมาก และระบบการเมืองก็ยังใช้วิธิสืบทอดอำนาจก็ยังคงเป็นแบบที่เคยเกิดขึ้นกันมาหลายร้อยปี เคยเป็นยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น(เครือญาติ) เจ้าแขวงที่จำปาศักดิ์แม้จะถูกแต่งตั้งจากเวียงจันทร์ แต่ยังเป็นญาติใกล้ชิดของผู้ปกครองเวียงจันทร์อยู่ดี …แล้ว ท่านครับ ท่านคิดว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยไปหมดทุกส่วนจริงเหรอครับ… ไหนจะซื้อเสียง ไหนจะคนส่วนมากไม่มีการศึกษา อะไรต่อมิอะไรที่เราต่างรู้กันอยู่ว่า เราก็ไม่ได้มีแนวคิดแบบประชาธิปไตยแบบซีเรียสเสียเท่าไร…. ก็ยังเฮไหนเฮกันอยู่ วัฒนธรรมมันก็เลยยังเหมือนกันอยู่ไงครับ เราอยู่แบบของเรามาเป็นพันๆปีก่อนลัทธิตะวันตกจะเข้ามามีอิทธิพลในบริเวณนี้นะครับ .. และมันก็เข้ามาปัวนเปี้ยนในบริเวณนี้เมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้เองนะครับ จะให้มีอิทธิพลอะไรนักหนา อืมม..   ความพยายามจะเปลี่ยนทั้งหมดให้เป็นประชาธิปไตย(ที่แท้จริง) โดยไม่คำนึงถึงมิติทางวัฒนธรรมสงสัยจะเป็นปัญหานะ

แบบทดสอบแนวคิดการปกครองชนิดสั้นๆ ขำๆ แต่work

โดยนายธีรพงศ์ ไชยมังคละ   ถ้าจัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่ต้องรู้ในชีวิตแล้ว ความรู้เรื่องระบบการปกครองอาจถูกจัดอยู่ลำดับท้ายๆ  ความรู้ที่มาเป็นลำดับต้นๆก็น่าจะเป็น วิชาทำมาหากิน เช่น รู้วิธีการทำราดหน้า ข้าวมันไก่ และรู้ไปอีกว่าจะขายที่ไหนให้ได้เยอะๆ เพียงเท่านี้ก็มีเงินซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ส่งลูกเรียน ช่วยเหลือญาติพี่น้อง ที่เดือดร้อนได้  เท่านี้ก็พอแล้ว… ส่วนพวกที่สนใจเรียนเรื่องราวเกี่ยวกับ ระบบการปกครอง รู้จักศาสดาทางการปกครอง เข้าใจคำสอนที่สลับซับซ้อน ที่ต้องทุ่มเทอยู่มาก  และกว่าจะอธิบายได้เป็นฉากๆว่า ใครเป็นสลิ่ม ใครล้มเจ้า หรืออธิบายเรื่องสลับซับซ้อนทางการเมืองต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบ  ดูเท่ห์ มีหลักการ  ผู้ที่ไม่เข้าขั้นจะทำหน้าที่สอนก็จะไร้ราคา  ไม่มีเงินผ่อนวีออส ลูกเรียนยังต้องโรงเรียนเทศบาล ช่วยเหลืออะไรใครไม่ได้ ต่อหน้าก็มีคนนับถือว่าเป็นพวกแก่วัด แต่ลับหลังก็แอบว่า ว่า เพี้ยน.. พวกทำราดหน้ากับขายมันไก่ก็คงมองพวกนี้และคิดว่า มึงจะรู้เรื่องนี้ไปทำไม เป็นเรื่องที่รู้ไปก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งเป็นความจริงที่ทรงอิทธิพลมาก และมากเสียจนไม่มีใครสนใจที่จะเข้าใจเรื่องการเมืองการปกครองเลย ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีใครส่งเสริมให้ลูกหลานของตนเรียนด้านการปกครอง ทุกคนส่งลูกเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการทำราดหน้ากับข้าวมันไก่ เพื่อป้อนเข้าสุ่อุตสาหกรรมการแดก(บริโภค) ราดหน้าข้าวมันไก่ พวกที่จบมาก็ สร้างจุดขายกันแบบพิสดาร แต่งตัวเป็นแจ๊ด สเปโร่บ้าง ทำน้ำจิ้มสูตรใหม่บ้าง เอาไก่เอาหมูไปวิ่งบนสายพานก่อนฆ่าบ้าง…มีการปล่อยเงินกู้ เกิดธุรกิจการพิมพ์เพื่อโฆษณา ทำแอ๊ก บนสื่อใหญ่ [...]

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.