โดย ธีรพงศ์ ไชยมังคละ
อำนาจทางสังคมสุงสุดก็คืออำนาจปกครอง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดตลอดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีใครหรืออะไรที่ท้าทายอำนาจนี้จนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างได้ .. จนกระทั่ง Locke และ Smith เสนอ ลักธิเสรีนิยม อำนาจปกครองก็ได้ถูกท้าทายจากอำนาจที่เกิดจากลักธิใหม่ ถูกดูดกลืนปรับเปลี่ยนการใช้งานโดยกลุ่มคนที่มีทั้งอุดมการณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมใหม่ รู้จักกันในชื่อพวกบูรชัวชี กล่าวได้ว่าโครงสร้างอำนาจปกครองแต่เดิมถูกจัดการเสียใหม่
บูรชัวซีค่อยๆยึดอำนาจจากกลุ่มผู้ปกครองเดิม เพื่อกำหนดใช้อำนาจปกครองเสียใหม่ให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของตน เช่น ในทางเศรษฐกิจพวกเขาออกกฏหมายคุ้มครองกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล(หรือส่วนของพวกเขา) ในทางการเมือง ได้กำหนดกติกาในการเลือกผู้เข้ามาใช้อำนาจปกครอง และถ้ามีใครหรือกลุ่มใดใช้อำนาจปกครองผิดไปจาก วิถี อุดมการณ์และวัฒนธรรมของตน พวกเขาก็จะโค่นมันเสีย ทั้งในรูปของกติกาหรือพลังของคนส่วนใหญ่ที่เรียกกันว่าประชาชน……
อำนาจใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลังนี้เรียกว่า อำนาจทางเศรษฐกิจ เป็นระบบเศรษฐกิจที่ไม่ได้พึงอิงความอุดมสมบรูณ์ที่มีตามธรรมชาติ แต่อยู่ในรูปแบบของการผลิต และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์(การแลกเปลี่ยน)เพื่อเสริมให้อำนาจผลิตนั้นมีอิทธิพลครอบงำการกระทำทุกอย่างของมนูษย์ และจากนั้นเป็นต้นมา ความรู้ของมวลมนุษย์ก็มุ่งเน้นไปสู่วิธีการผลิตสิ่งใหม่ๆ และกลวิธีที่ทำให้ขายมันให้ได้.. ซึ่งบ่อยครั้งที่ดูเหมือนความรู้นั้นถึงขั้นท้าทายธรรมชาติด้วย
อำนาจใหม่ของคนกลุ่มใหม่ในสังคมที่ท้าทายอำนาจปกครองของมนุษย์ที่คุ้นเคยกันมามาเป็นพันๆปีนี้ รู้จักกันในนาม ทุนนิยม ( Capitalism หรือความกระสันอยากเป็นเมืองสำคัญจนตัวสั่น) ..เป็นอำนาจที่เกิดขึ้นมาในประวัติศาสตร์สังคมมนุษย์เมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้เอง…..และจากผลงานที่ สามารถปรับเปลี่ยนอำนาจปกครอง ผลิตสิ่งอำนวยความสะดวกให้มนุษย์ จึงค่อยๆขยับฐานะจากน้องใหม่กลายมาเป็นอำนาจในกระแสหลักที่ก้ามข่มอำนาจปกครองแต่เดิมได้ และดูเหมือนจะไร้เทียมทาน .. ซึ่งดูเหมือนหลายคนเชื่อว่าทุนนิยมเป็นอำนาจทางสังคมที่จะอยู่กับมนุษย์ตราบนี้ไปจนสิ้นโลก..