โดยธีรพงศ์ ไชยมังคละ
นอกจากภาษาพูดที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีอาชีพแตกต่างกันด้วย เช่น พวกแต้จิ๋วจะเป็นพ่อค้าขายส่ง พวกกวางตุ้งเป็นช่างไม้ช่างกล ไหลลำเป็นคนรับใช้ตามบ้านเรือนโดยเฉพาะชาวยุโรป รวมถึงภัตตาคารจีน ส่วนฮกเกี้ยน ส่วนใหญ่อยู่ภาคใต้ ทำเหมืองแร่ และมีอิทธิพลทางการเมืองระดับท้องถิ่น… แต่การแบ่งนี้ก็ไม่ได้เข้มงวดเด็ดขาด ………(วิลเลียม สกินเนอร์เขียนไว้ในหนังสือ สังคมคนจีนในประเทศไทย). จีนติดต่อค้าขายกับไทยมาเป็นระยะเวลานาน ด้วยรูปร่างและความเชื่อที่แตกต่างกันไม่มากทำให้คนจีนผสมปนเปกับคนไทยได้ไม่ยาก จนยากที่จะแยกออกจากกันได้ นอกเสียจากการแต่งตัวและวัฒนธรรมที่เจ้าตัวเลือกใช้ อย่างไรแล้วพวกเขาได้ยึดครองอาชีพในระบบเศรษฐกิจ ทั้งการค้า(ส่ง/ปลีก, ระหว่างประเทศ) การผลิต การธนาคาร ไปเสียหมด คงเหลือไว้แต่การกสิกรรมและราชการ ที่ยังคงเป็นอาชีพสำหรับคนไทย
ถึงพวกเขามีระบบการแบ่งตลาดตามภาษาและอาชีพ แต่ก็ใช้วัฒนธรรมเดียวกันนั้นก็คือ วันตรุษ ที่ต่างก็หยุดการทำงานตามประเพณีเป็นเวลา 3 วัน มาตลอดโดยไม่คำนึงถึงว่า ราชการจะหยุดให้หรือไม่ การหยั่งรากลึกในสังคมไทยเรื่อยมาตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี ประกอบกับอำนาจที่มาจากการยึดกุมฐานเศรษฐกิจ ทำให้มีแนวโน้มจะทำให้ ประเพณีไทย ต้องย้ายมาทำกันที่วันตรุษจีน เนื่องจากแรงงานที่เข้ามาทำงานรับจ้างในเมืองต่างรอช่วงเวลานี้ เพื่อจะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ ปูย่าตายาย และดูเหมือนเป็นโอกาสเดียวในรอบปีที่พวกเขาจะอยู่กันพร้อมหน้ากันได้ …
จนกระทั่ง รัฐบาล พลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ (5 เมษายน พ.ศ. 2463 — 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2541) ได้ประกาศวันหยุดสงกรานต์เพิ่มจากเดิมที่หยุดวันเดียวมาเป็น 3 วัน ..จากนั้นเป็นต้นมา ตรุษจีนในเมืองไทยก็ลดบทบาทในฐานะวันที่รอคอยลง อย่างมาก…ยังคงเหลือเฉพาะในกลุ่มคนที่ใช้วัฒนธรรมจีนในประเทศไทยเหมือนเช่นเดิม.
และไม่ว่า มาเลเชีย อินโดนิเชีย สิงคโปร์ หรืออีกหลายๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะให้ตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการอย่างไร ก็ขอ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ … สวัสดีปีใหม่ ปีมังกร ขอให้ ร่ำรวย ๆ กันทุกๆคน