Bangkok.. Creative City

คนเมืองหลวง กำลังจะพบกับ Creative City ที่กำลังดำเนินงาน ภายใต้พรรคที่จัดตั้งรัฐบาลได้ในปี พ.ศ. 2552   เรื่องนี้ ทำให้นึกถึง โครงการ Rubber City (RC) ทีมีแต่ความคิดริเริ่มแต่กลับไม่ได้ทำอย่างน่าเสียดาย

Rubber City มีจุดประสงค์เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับบริษัทผู้ซื้อต่างประเทศ  เนื่องจากราคายางถูกกำหนดจากตลาดภายนอกประเทศ

นอกจากแอฟริกาใต้แล้ว เขตร้อนชื้นทางภาคใต้ของไทย มาเลเชีย และอินโดนีเชีย เป็น เขตที่ปลูกยางพาราได้คุณภาพดีที่สุด แม้ว่าในช่วงเริ่มต้น ของอุตสาหกรรมการผลิตยาง ต้นเกล้ายางพาราเคยเป็น สิ่งหวงแหงของมาเลเชีย ห้ามมิให้นำออกนอกประเทศ แต่การลับลอบนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย ได้ยกระดับเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้พอสมควร ซึงเป็นเหตุการณ์ก่อนการเกิดขึ้นของกฎหมายระหว่างประเทศในการให้สิทธิOriginality ของพีชพรรณและสัตว์ป่า ในปัจจุบันการลับลอบเช่นนี้กลายเป็นสิ่งผิดกฏหมายระหว่างประเทศ  

คุณสมบัติของยางพารา ยังไม่สามารถหาสิ่งอื่นๆมาทดแทนได้ แม้ว่าคุณสมบัติของยางสังเคราะห์ที่เกิดจากปิโตรเลียมจะมีลักษณะใกล้ แต่ยังห่างจากการใช้ยางพารา เห็นได้จาก ยางรถยนต์ ยังต้องคงต้องอาศัยยางพารา ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นเช่นนี้ น่าจะทำให้ประเทศที่ สามารถปลูกยางพาราได้ น่าจะมีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจสูง

แต่การที่ ยางพาราถูกปลูกกันอย่างกว้างขวางในภูมิภาคนี้ประกอบกับข้อขัดแย้งซึ่งกันและกันในอดีตทำให้ ผู้รับซื้อยางพารารายใหญ่เป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์ บริษัทผลิตรถยนต์ ได้ใช้โอกาสนี้ ต่อรองหาผู้ที่ให้ราคาดีที่สุด เรียกว่า อินโดขายแพงก็ซื้อไทย หรือมาเลย์ ไทยขายแพงก็ซื้อมาเลย์ หรืออินโด กลุ่มประเทศที่ปลูกยางพาราไม่มีทางเลือกอื่น  และเป็นเช่นนี้มาเรื่อยๆ จนกระทั่งรัฐบาลของ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร

หน่วยราชการภายใต้รัฐบาล ทักษิณ ได้บรรลุเป้าหมายการเจรากับกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางพารา นำไปสู่การจัดตั้ง International Tripartite Rubber Council (ITRC) หรือ สภาความร่วมมือด้านยางพาราระหว่างประเทศไทย อินโดนีเชีย และ มาเลเชีย ในปี พ.ศ. 2546 ซึงสามารถชะลอการตกลงของราคายางอย่างต่อเนื่องได้  

ความร่วมมือดังกล่าวนี้ ทำให้บริษัทรับซื้อยางรายใหญ่ไม่สามารถเล่นเกม Prisoner Dilemmaได้ กล่าวได้ว่าความร่วมมือนี้ได้สร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจต่อ ผู้รับซื้อ ยางพารา  

อย่างไรก็ตาม ยางพารา เป็นทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อนำมาแปรรูป สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมาก ยางรถยนต์ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ยาง แม้จะมีการพัฒนานำเส้นใยสังเคราะห์ แต่ก็ยังขาดวัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่ได้ แต่กระบวนการแปรรูปส่วนมากอยู่ในมือของบริษัทต่างชาติ  เรียกง่ายๆว่า มูลค่าเพิ่มอยู่ที่ไหน ความมั่งคั่งอยู่ที่นั้น      

เพื่อเป็นการป้องกันราคายางในระยะยาว จำเป็นต้องพัฒนาทางเลือกให้กับ ยางพารา คือ ถ้าบริษัทต่างชาติ ไม่ซื้อในราคานี้ ก็ยังมีตลาดทางเลือกอื่นๆ อีก จึงต้องมีการพัฒนาตลาดใหม่ ๆ ซึงเห็นว่าน่าจะเป็นตลาดภายในประเทศ

ยางพารา สามารถนำมาแปรรูปได้ มากมาย  นำมาทำสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันเช่น เข็มขัด รองเท้า สายนาฬิกา เป็นต้น เป็นการแปรรูปในขั้นต้น สามารถนำมันใช้ในวัศดุก่อสร้าง เช่น ยางรองคอสะพาน  มีหน่วยงานภาครัฐ อยู่มากมาย ที่ค้นคิดวิธีการแปรรูปให้มีความซับซ้อนขึ้น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ทีสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดให้มากขึ้นและหลากหลายขึ้น

มีหน่วยงานภาครัฐเช่น ศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยางไทย ที่จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย( กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ) สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางไทย สมาคมยางพาราไทย และสมาคมผู้ผลิตน้ำยางข้นไทย  เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้และเทคโนโลยีด้านยางชั้นนำของประเทศ  หรือ รศ.ดร รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่นำสารสกัดจากน้ำยางพารา มาทำเครื่องสำอางช่วยให้ใบหน้าขาวใสได้  อย่างไรก็ตาม งานของ รศ.ดร. รพีพรรณ ก็เป็นความคิดสร้างสรรคทีอยู่ในภาครัฐ (ดูที่ Creative Thailand 3/3) ซึ่งได้รับการส่งเสริมมาก่อนหน้าจะมีโครงการ Creative Economy มานานมากแล้ว

เรียกได้ว่า ประเทศไทยมีภูมิศาสตร์ ที่เอื้อกับการปลูกยางที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในโลกอุตสาหกรรม มีหน่วยงานที่ ค้นคิด ช่วยให้สามารถแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพยากรธรรมชาติแล้ว แต่ยังไม่มี หน่วยงานไหน สร้างตลาดภายใน ให้แก่ผลิตภัณฑ์ เหล่านี้เลย

จึงมีความคิดที่จะการจัดตั้ง  Rubber city ขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมหาเทคโนโลยีการแปรรูปยางเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ ตอบสนองความต้องการภายในประเทศ ผู้นำเสนอ Rubber city ยังแนะนำแนวทางการจัดตั้งไม่ต้องอาศัยงบประมาณของรัฐ โดยเสนอให้ทำ FTA กับ รัฐบาลจีน ด้วยการเสนอให้จีนต้อง นำเข้า ถุงยางอนามัยจากไทย เนื่องจากความต้องการคุมกำเนิดภายในประเทศของจีน มูลค่าของสัญญาการซื้อนี้ สามารถค้ำ ประกันเงินกู้ในการจัดสร้าง rubber city ได้    

ความตั้งใจ ในการสร้าง Rubber city ก็เพื่อสร้างความต้องการภายในประเทศต่อผลิตภัณฑ์จากยางพารา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ยางพารา และ สร้างอำนาจต่อรองกับตลาดต่างประเทศ เป็นผลดีต่อ ชาวสวนยาง และสร้างกำลังซื้อให้กับตลาดภายใน แต่กลับไม่ได้รับความเห็นชอบในนาทีสุดท้าย โครงการที่เกิดขึ้นหลังจากข้อเสนอนี้ จึงเป็นเพียง การให้เกล้ายาง กับชาวสวนในภาคอีสาน 

เหตุผลที่ได้จากการวิเคราะห์ถึงสาเหุตที่ Rubber city ไม่ได้รับการเอาใจใส่ ก็คือ รัฐบาลในขนาดนั้น ไม่มี ส.ส. ในพื้นที่ภาคใต้ แต่มีอยู่มากในพื้นที่ อีสาน

ที่มาของ Creative City อาจมีที่มาแตกต่างกัน แต่โดยเนื้อแท้แล้ว ล้วนแต่เป็นการต่อสู้ทางการเมืองทั้งสิ้น Rubber City อาจเป็นตัวอย่างที่ใช้อุปมัย ในกรณีที่ไม่อาจแจ้งเรื่องราวต่อสาธาณะตรงๆได้

ผู้ที่ถูกแย่งชิงโอกาสไปในอดีต ถึงในปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับโอกาสจากโครงสร้างทางการเมืองแบบนี้ ตัวแทนของคนจน ก็ไม่เคยทำสิ่งใดที่จะแก้ไขความยากจน ไม่เคยสร้างโอกาสให้แก่คนด้อยโอกาสอยู่ดี อาจพูดได้ว่าไม่มีแม้กระทั่งในระบบคิดของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ เขาคิดได้เพียงแต่ว่า ต้องช่วยคนมีโอกาสอยู่แล้ว ความมั่งคั่งจะกระจายไปสู่ผู้ที่ด้อยโอกาสเอง ตามธรรมชาติในระบบตลาด  ท่ามกลางกระแสการขาดความเข้าใจในภัยของระบบทุนนิยม ที่ทุกอย่างขายได้ เป็นสินค้าได้ แม้กระทั่งความรู้ เจตนาและความตั้งใจที่จะช่วยคนไร้โอกาสโดยวิธีคิดแบบนี้เปรียบได้กับความคิดที่ว่า วันหนึ่งสัตว์กินเนื้อ จะหันมากินผักบ้าง

มันจึงเป็นความยากยิ่งสำหรับผู้คนที่ด้อยโอกาส ในการหาโอกาสเข้ามาช่วงชิงผลประโยชน์ทางการเมือง  ที่ชัยชนะต้องอาศัย ความรู้ เครือข่าย และทุน  สิ่งที่เพียงทำได้แค่ คือต้องยอมกลายเป็นทาสคอยรับใช้ ทำตาม ผลประโยชน์ของพวกมีอำนาจ เป็นฐานค้ำบรรลังก์ เป็นผู้คนที่ไร้ศักดิ์ศรี ต้องแบกมือร้องขอความช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจอยู่ตลอดเวลา แลกเปลี่ยนด้วยการให้โอกาสทางการเมืองที่มีอยู่เพียงน้อยนิด

หวังว่า Creative City คงไม่ย้อยรอย Rubber City วิธีการของการตลาดในทางการเมือง เริ่มยากขึ้น ถ้าผู้คนมีความรู้และประสบการณ์มากขึ้น ต่อนโยบายใดๆ ที่เน้นการสร้างภาพมากกว่าหวังผลในการยกระดับชีวิตสติปัญญาของสังคม อย่าลืมว่าไม่มีใครสามารถหลอกคนทุกคนได้อยู่ตลอดเวลา

เผยแพร่ใน: on กรกฎาคม 9, 2009 at 9:14 am ให้ความเห็น

URI สำหรับ TrackBack ข้อความนี้คือ: http://countervailing.wordpress.com/2009/07/09/bangkok-creative-city/trackback/

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้

Leave a Comment