<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
		>
<channel>
	<title>ความเห็นบน: Creative Thailand 1/3</title>
	<atom:link href="http://countervailing.wordpress.com/2008/06/11/creative-thailand-part1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://countervailing.wordpress.com/2008/06/11/creative-thailand-part1/</link>
	<description>Laissez faire et laissez passer</description>
	<lastBuildDate>Sat, 12 Sep 2009 10:25:41 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>โดย: rgtp</title>
		<link>http://countervailing.wordpress.com/2008/06/11/creative-thailand-part1/#comment-12</link>
		<dc:creator>rgtp</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2009 04:30:12 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://countervailing.wordpress.com/?p=38#comment-12</guid>
		<description>อืมม ก็บอกแล้วไงว่า &quot;มองแง่ร้าย ไปหน่อย&quot; 
การเมือง มันมองในแง่ดีอย่างเดียวได้ที่ไหน 
ถ้ามองแง่ร้าย แล้วยังดีอยุ่ จะได้ไหว้ได้สนิทใจไง 

ข้อดีก็มี แต่ก็ต้องทำกัน แบบจริงใจ เห็นด้วยว่าใช้เวลามาก 
ต้องตั้งใจให้เกิดการพัฒนาแบบสมดุล ดูศักยภาพของเขาด้วย 
ไม่ใช่ เอาแต่ ประชานิยม เอาเงินไปวนผ่านชาวบ้าน
การต้องหาเงินเยอะๆ ให้ชีวิตมีเงินมาก มันไม่มีความสุขหรอก 
ชีวิตคือการแบ่งปัน ไม่ใช่กอบโกย 
  
ส่วน ข้าราชการเขาก็มีความคิด เพียงแต่ ถ้าเอาใจ นักการเมืองก็ดี ชีวิตสบายหน่อย 
ขืนเถียงแทนชาวบ้าน ชีวิตรับราชการก็หมดอนาคตซิครับ (อันนี้เข้าใจเลย)
เพราะชาวบ้าน ให้สองขั้นไม่ได้ แต่นักการเมืองไม่ขึ้นเงินเดือนให้ได้ 
แปลว่า ไม่ใช้ข้าราชการทุกคนเข้าเห็นด้วยกันหมด แหมมม ไม่เดียงสา จริง หรือ แกล้งกันเนี่ย
อยู่กับคนคอยพูด  &quot;ที่ดีครับท่านได้ครับนาย มากไปป่าว&quot;  เลยไม่คุ้นกับความเห็นแตกต่าง
หัดๆ รับรู้มุมมองอื่น บางก็ดี นะ อันนี้หวังดี จากใจ  

รัฐบาลมีหน้าที่ รักษาผลประโยชน์ของรัฐ สร้างความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจ  
ส่วนจะทำอย่างไร เป็น เรื่องของ การกำหนดนโยบาย จังหวะเวลาไหนเน้น สังคม เวลาไหนควร เน้นเศรษฐกิจ เป็น Art of management  แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่บริหารเพื่อให้คนในรัฐบาล และพรรคพวกรวยขึ้น ไม่ใช้บริหารเพื่อให้ธุรกิจของพรรคพวกมีโอกาสมากกว่าคนอืน 
 
เออ เหะ ถ้าคิดว่า เจ๋ง ไหนลองเล่ามาดิ รัฐบาลทำหน้าที่ อะไร เหรอ  
อยากรู้จริงๆ


http://www.ftawatch.org/news/view.php?id=8623</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อืมม ก็บอกแล้วไงว่า &#8220;มองแง่ร้าย ไปหน่อย&#8221;<br />
การเมือง มันมองในแง่ดีอย่างเดียวได้ที่ไหน<br />
ถ้ามองแง่ร้าย แล้วยังดีอยุ่ จะได้ไหว้ได้สนิทใจไง </p>
<p>ข้อดีก็มี แต่ก็ต้องทำกัน แบบจริงใจ เห็นด้วยว่าใช้เวลามาก<br />
ต้องตั้งใจให้เกิดการพัฒนาแบบสมดุล ดูศักยภาพของเขาด้วย<br />
ไม่ใช่ เอาแต่ ประชานิยม เอาเงินไปวนผ่านชาวบ้าน<br />
การต้องหาเงินเยอะๆ ให้ชีวิตมีเงินมาก มันไม่มีความสุขหรอก<br />
ชีวิตคือการแบ่งปัน ไม่ใช่กอบโกย </p>
<p>ส่วน ข้าราชการเขาก็มีความคิด เพียงแต่ ถ้าเอาใจ นักการเมืองก็ดี ชีวิตสบายหน่อย<br />
ขืนเถียงแทนชาวบ้าน ชีวิตรับราชการก็หมดอนาคตซิครับ (อันนี้เข้าใจเลย)<br />
เพราะชาวบ้าน ให้สองขั้นไม่ได้ แต่นักการเมืองไม่ขึ้นเงินเดือนให้ได้<br />
แปลว่า ไม่ใช้ข้าราชการทุกคนเข้าเห็นด้วยกันหมด แหมมม ไม่เดียงสา จริง หรือ แกล้งกันเนี่ย<br />
อยู่กับคนคอยพูด  &#8220;ที่ดีครับท่านได้ครับนาย มากไปป่าว&#8221;  เลยไม่คุ้นกับความเห็นแตกต่าง<br />
หัดๆ รับรู้มุมมองอื่น บางก็ดี นะ อันนี้หวังดี จากใจ  </p>
<p>รัฐบาลมีหน้าที่ รักษาผลประโยชน์ของรัฐ สร้างความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจ<br />
ส่วนจะทำอย่างไร เป็น เรื่องของ การกำหนดนโยบาย จังหวะเวลาไหนเน้น สังคม เวลาไหนควร เน้นเศรษฐกิจ เป็น Art of management  แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่บริหารเพื่อให้คนในรัฐบาล และพรรคพวกรวยขึ้น ไม่ใช้บริหารเพื่อให้ธุรกิจของพรรคพวกมีโอกาสมากกว่าคนอืน </p>
<p>เออ เหะ ถ้าคิดว่า เจ๋ง ไหนลองเล่ามาดิ รัฐบาลทำหน้าที่ อะไร เหรอ<br />
อยากรู้จริงๆ</p>
<p><a href="http://www.ftawatch.org/news/view.php?id=8623" rel="nofollow">http://www.ftawatch.org/news/view.php?id=8623</a></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: ครี-เอ-ตีพ</title>
		<link>http://countervailing.wordpress.com/2008/06/11/creative-thailand-part1/#comment-11</link>
		<dc:creator>ครี-เอ-ตีพ</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 15:30:27 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://countervailing.wordpress.com/?p=38#comment-11</guid>
		<description>&quot;การเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย กลับส่งผลทางจิตวิทยาว่า ผลิตไปเลย รัฐขายจะทำให้ขายให้ได้ ก็ผลิตกันใหญ่ &quot;

สรุปแบบนี้ แสดงว่าน้าเชื่อว่า 

ชาวบ้านทั้งหมดเชื่อว่า &quot;ผลิตไปเลย รัฐขายจะทำให้ขายให้ได้ ก็ผลิตกันใหญ่ &quot;

จริงเหรอ???

ชาวบ้านทั้งหมดไม่มีความคิดเลยเหรอ  

ข้าราชการ OTOP บื้อกันไปหมดเลยเหรอ ถึงไปพูดหรือทำให้ชาวบ้านคิดแบบนั้น

หรือชาวบ้านบางส่วน ซึ่งก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าส่วนใหญ่หรือส่วนปานกลางหรือส่วนน้อย

อันที่จริงปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ที่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต้องการศาสตร์ความรู้
หลายแขนง ซึ่งต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากหลายๆหน่วยงาน ความยากมันอยู่ตรงนั้นต่างหาก 

และในความเป็นจริง ก็มีหลายรายรอดไปได้ดี หลายรายไปไม่รอด และก็เชื่อว่าที่ไปไม่รอดก็น่าจะมีมากกว่าไปรอด  และเป็นความจริงที่เกิดขึ้นกับธุรกิจทั่วโลก ที่ต้องมีการปรับตัว ปรับกลยุทธ์ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีต่อเนื่อง ไม่ใช่มาม่านะน้า ใส่น้ำเดือดแล้วกินได้เลย เฮ้อ


อ่านที่น้าเขียนมาจนมึน เลยอยากถามน้าว่า

น้ารู้ไหมว่า หน้าที่ของรัฐบาลในการบริหารประเทศคืออะไร

จะได้คุยกันถูกประเด็น ไม่เข้ารกเข้าพง กันไปก่อน 

เฮ้อ (อีกแล้ว)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;การเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย กลับส่งผลทางจิตวิทยาว่า ผลิตไปเลย รัฐขายจะทำให้ขายให้ได้ ก็ผลิตกันใหญ่ &#8221;</p>
<p>สรุปแบบนี้ แสดงว่าน้าเชื่อว่า </p>
<p>ชาวบ้านทั้งหมดเชื่อว่า &#8220;ผลิตไปเลย รัฐขายจะทำให้ขายให้ได้ ก็ผลิตกันใหญ่ &#8221;</p>
<p>จริงเหรอ???</p>
<p>ชาวบ้านทั้งหมดไม่มีความคิดเลยเหรอ  </p>
<p>ข้าราชการ OTOP บื้อกันไปหมดเลยเหรอ ถึงไปพูดหรือทำให้ชาวบ้านคิดแบบนั้น</p>
<p>หรือชาวบ้านบางส่วน ซึ่งก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าส่วนใหญ่หรือส่วนปานกลางหรือส่วนน้อย</p>
<p>อันที่จริงปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ที่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต้องการศาสตร์ความรู้<br />
หลายแขนง ซึ่งต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากหลายๆหน่วยงาน ความยากมันอยู่ตรงนั้นต่างหาก </p>
<p>และในความเป็นจริง ก็มีหลายรายรอดไปได้ดี หลายรายไปไม่รอด และก็เชื่อว่าที่ไปไม่รอดก็น่าจะมีมากกว่าไปรอด  และเป็นความจริงที่เกิดขึ้นกับธุรกิจทั่วโลก ที่ต้องมีการปรับตัว ปรับกลยุทธ์ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีต่อเนื่อง ไม่ใช่มาม่านะน้า ใส่น้ำเดือดแล้วกินได้เลย เฮ้อ</p>
<p>อ่านที่น้าเขียนมาจนมึน เลยอยากถามน้าว่า</p>
<p>น้ารู้ไหมว่า หน้าที่ของรัฐบาลในการบริหารประเทศคืออะไร</p>
<p>จะได้คุยกันถูกประเด็น ไม่เข้ารกเข้าพง กันไปก่อน </p>
<p>เฮ้อ (อีกแล้ว)</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: rgtp</title>
		<link>http://countervailing.wordpress.com/2008/06/11/creative-thailand-part1/#comment-10</link>
		<dc:creator>rgtp</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jan 2009 06:02:00 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://countervailing.wordpress.com/?p=38#comment-10</guid>
		<description>&quot;ช่วยเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย&quot; 
แปลว่า ช่องทางอื่นๆ มันขายไม่ได้ ใช่ไหม 
ประโยคแบบนี้ มันสะท้อนวิธีคิด ออกมาชัดมาก

ว่าไป ในช่วงแรกสองสามปีที่แล้ว  ผม ออกจะชื่นชม OTOP มากด้วยซ้ำ 
เพราะ การใช้ทรัพยากรที่อยู่ในท้องถิ่นในการผลิต จะทำให้ ผลิตภัณฑ์ มีต้นทุนที่ดีที่สุด
เมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตสิ่งค้าเดียวกันนอกท้องถิ่น แต่เมื่อออกความเห็นแบบน้องนั้นหละชื่นชมชอบออกหน้าออกตา ก็โดนว่า แบบนี้หละ ว่าไม่ทำการบ้าน 
เพื่อให้การสนทนาธรรมสนุก เลยต้องทำการศึกษาซะหน่อย ผลก็คือ รัฐบาล(XX) ออกแนวไม่จริงใจในการช่วยเหลือเลย 

เช่น การเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย กลับส่งผลทางจิตวิทยาว่า ผลิตไปเลย รัฐจะทำให้ขายให้ได้ ก็ผลิตกันใหญ่ พอผลิตกันไม่ได้ มาตราฐานก็ จัดประกวด ซะเลย 
หรือ เป็นเพราะว่า อะไรว่ะ กูอยู่ของกูดีดี มาบอกให้ ต้องทำ OTOP ไม่เห็นจะขายได้เลย กำลังจะเสีย Form เลย อ่ะ อ่ะ ขายให้ก็ได้ เพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย ให้ก็ได้ 
คำถามก็คือ ทำไมรัฐบาล(XX) ต้องทำขนาดนี้ และช่วยใครกันแน่ ช่วยคนส่วนใหญ่ หรือ แค่ช่วยให้ได้อยู่นานๆ 

อาจจะมองโลกแง่ร้ายไปซะหน่อย แต่ ที่สุดไม่ว่า จะส่งเสริมการผลิต ให้ทุนหมู่บ้าน เพิ่มช่องทางการจำหน่าย ชุมชนก็ต้องกลับมาพึ่งพิงรัฐบาล(xx) อยู่ดี 
แต่ถ้าบอกว่า พึ่งพาซึงกันและกัน ก็ต้องมาดูกันที่ว่า ใครได้ประโยชน์มากกว่ากัน

ผมชอบคุยกับคนที่อยากรู้ เพราะมันจะทำให้ผม รู้มากขึ้น    

ที่นี้ ระหว่าง รัฐบาล(xx)กับ ชาวบ้าน ใครต้องการใครมากกว่ากัน 
พิจารณากันง่ายๆ ก็คือ ใครสามารถอยู่ได้เอง ชาวบ้าน อยู่ได้ไหม 
แล้วรัฐบาลอยู่ได้ไหม 

ชาวบ้าน เขาไม่ได้บื้อ เขาก็ยังอยู่ของเขาได้จริงๆ มีแต่ความละโมกที่ อยากส่งเสริมกันนั้นหละ จะทำให้เขาตาย ทุนนิยมมันต้องแข่งขัน  ทำบาปแต่กลับคิดว่ากำลังทำบุญ  กลับตัวกลับใจก็ยังไม่สายนะน้อง  พี่เป็นกำลังใจให้เสมอ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;ช่วยเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย&#8221;<br />
แปลว่า ช่องทางอื่นๆ มันขายไม่ได้ ใช่ไหม<br />
ประโยคแบบนี้ มันสะท้อนวิธีคิด ออกมาชัดมาก</p>
<p>ว่าไป ในช่วงแรกสองสามปีที่แล้ว  ผม ออกจะชื่นชม OTOP มากด้วยซ้ำ<br />
เพราะ การใช้ทรัพยากรที่อยู่ในท้องถิ่นในการผลิต จะทำให้ ผลิตภัณฑ์ มีต้นทุนที่ดีที่สุด<br />
เมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตสิ่งค้าเดียวกันนอกท้องถิ่น แต่เมื่อออกความเห็นแบบน้องนั้นหละชื่นชมชอบออกหน้าออกตา ก็โดนว่า แบบนี้หละ ว่าไม่ทำการบ้าน<br />
เพื่อให้การสนทนาธรรมสนุก เลยต้องทำการศึกษาซะหน่อย ผลก็คือ รัฐบาล(XX) ออกแนวไม่จริงใจในการช่วยเหลือเลย </p>
<p>เช่น การเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย กลับส่งผลทางจิตวิทยาว่า ผลิตไปเลย รัฐจะทำให้ขายให้ได้ ก็ผลิตกันใหญ่ พอผลิตกันไม่ได้ มาตราฐานก็ จัดประกวด ซะเลย<br />
หรือ เป็นเพราะว่า อะไรว่ะ กูอยู่ของกูดีดี มาบอกให้ ต้องทำ OTOP ไม่เห็นจะขายได้เลย กำลังจะเสีย Form เลย อ่ะ อ่ะ ขายให้ก็ได้ เพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย ให้ก็ได้<br />
คำถามก็คือ ทำไมรัฐบาล(XX) ต้องทำขนาดนี้ และช่วยใครกันแน่ ช่วยคนส่วนใหญ่ หรือ แค่ช่วยให้ได้อยู่นานๆ </p>
<p>อาจจะมองโลกแง่ร้ายไปซะหน่อย แต่ ที่สุดไม่ว่า จะส่งเสริมการผลิต ให้ทุนหมู่บ้าน เพิ่มช่องทางการจำหน่าย ชุมชนก็ต้องกลับมาพึ่งพิงรัฐบาล(xx) อยู่ดี<br />
แต่ถ้าบอกว่า พึ่งพาซึงกันและกัน ก็ต้องมาดูกันที่ว่า ใครได้ประโยชน์มากกว่ากัน</p>
<p>ผมชอบคุยกับคนที่อยากรู้ เพราะมันจะทำให้ผม รู้มากขึ้น    </p>
<p>ที่นี้ ระหว่าง รัฐบาล(xx)กับ ชาวบ้าน ใครต้องการใครมากกว่ากัน<br />
พิจารณากันง่ายๆ ก็คือ ใครสามารถอยู่ได้เอง ชาวบ้าน อยู่ได้ไหม<br />
แล้วรัฐบาลอยู่ได้ไหม </p>
<p>ชาวบ้าน เขาไม่ได้บื้อ เขาก็ยังอยู่ของเขาได้จริงๆ มีแต่ความละโมกที่ อยากส่งเสริมกันนั้นหละ จะทำให้เขาตาย ทุนนิยมมันต้องแข่งขัน  ทำบาปแต่กลับคิดว่ากำลังทำบุญ  กลับตัวกลับใจก็ยังไม่สายนะน้อง  พี่เป็นกำลังใจให้เสมอ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: ครี-เอ-ตีพ</title>
		<link>http://countervailing.wordpress.com/2008/06/11/creative-thailand-part1/#comment-9</link>
		<dc:creator>ครี-เอ-ตีพ</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Jan 2009 17:25:05 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://countervailing.wordpress.com/?p=38#comment-9</guid>
		<description>&quot;ทำไมสนับสนุนให้เขาเป็นเพียงผู้ผลิต ส่วนวิธีการจัดจำหน่าย รัฐบาลกลับดึงมาไว้เป็นของตนเอง ถ้าเป็นแบบนี้ เมื่อไร ชุมชนจะมีความสามารถในการกำหนดปริมาณ และรูปแบบการผลิต ด้วยตัวเอง&quot;

เอ่อ น้า ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน   ทำการบ้านหน่อยน้า 

รัฐเพียงแค่ &quot;ช่วย&quot; เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้ ชุมชนมีสิทธิ์จะทำของตัวเองได้อยู่แล้ว ถ้ามีกำลัง หรือไปกู้กองทุนหมู่บ้านมาทำก็ได้  แน่นอนว่ามีหลายรายที่ไปได้ดี และหลายรายที่ล้มเหลว ปัจจัยมันหลากหลาย ถ้าเคยทำธุรกิจมาคงจะเข้าใจ 

ชาวบ้านเขาไม่ได้บื้อนะน้านะ  ภูมิปัญญาในการใช้ชีวิต เขาเก่งกว่าเราอีก 

เฮ้อ (อีกแล้ว)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;ทำไมสนับสนุนให้เขาเป็นเพียงผู้ผลิต ส่วนวิธีการจัดจำหน่าย รัฐบาลกลับดึงมาไว้เป็นของตนเอง ถ้าเป็นแบบนี้ เมื่อไร ชุมชนจะมีความสามารถในการกำหนดปริมาณ และรูปแบบการผลิต ด้วยตัวเอง&#8221;</p>
<p>เอ่อ น้า ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน   ทำการบ้านหน่อยน้า </p>
<p>รัฐเพียงแค่ &#8220;ช่วย&#8221; เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้ ชุมชนมีสิทธิ์จะทำของตัวเองได้อยู่แล้ว ถ้ามีกำลัง หรือไปกู้กองทุนหมู่บ้านมาทำก็ได้  แน่นอนว่ามีหลายรายที่ไปได้ดี และหลายรายที่ล้มเหลว ปัจจัยมันหลากหลาย ถ้าเคยทำธุรกิจมาคงจะเข้าใจ </p>
<p>ชาวบ้านเขาไม่ได้บื้อนะน้านะ  ภูมิปัญญาในการใช้ชีวิต เขาเก่งกว่าเราอีก </p>
<p>เฮ้อ (อีกแล้ว)</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: rgtp</title>
		<link>http://countervailing.wordpress.com/2008/06/11/creative-thailand-part1/#comment-8</link>
		<dc:creator>rgtp</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Dec 2008 14:59:10 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://countervailing.wordpress.com/?p=38#comment-8</guid>
		<description>อืมมม 
ถ้า งั้น ก็ แปลว่า ต้องมีการจำกัด ความหมายของ Creative economy ให้ เข้าใจตรงกันในบริบท ของ เศรษฐกิจไทยก่อนว่า เราจะ ต้องคิดอย่างสร้างสรรค์ใน บริบทใด จึงจะ ให้ผลประโยชน์ สุดสุง ต่อ เศรษฐกิจ และสังคม โดย รวม  แล้วจึงค่อยขยับ ไป ทั้ง องคพาพย ทั้ง ระบบการศึกษา วิธีการจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจ   

อย่างนี้ใช่ไหม

แบบที่เดินไป ดู งานจากต่างประเทศ แล้ว copy วิธีคิดวิธีการทำงาน มาอวดว่า เนี่ยนะ ต่างประเทศเขาทำกันแบบนี้แบบนั้น รู้กันบ้างหรือปล่าว  แถมเอามาใช้กันตรงๆ เลย  แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจประวัติศาสตร์การพัฒนาของเรา (ไม่ใช่คุณกับผม แต่เป็น ของเราทุกคน) 

แล้ว OTOP ที่ ชี้นำจน เกือบทุกหมู่บ้าน ทำสบู่ ทำไวน์ได้ เป็นการพัฒนาแบบยาดม ปลอบใจคนใกล้ตาย ว่า  &quot;มีคนมาเห็นใจ แล้ว&quot; ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหน มาอุ้มแล้วเห็นอกดห็นใจ มียามาดมให้ด้วย  ชอบชอบ เอาอีก เอาอีก  ถึงไงก็ จะตายอยู่ดี เพราะมันแก้ไม่ถูกโรค แต่ก็ ชอบ เอาอีกเอาอีก ลงมาเลย จะเลือกอีก ลงกี่ที่ก็จะเลือก ชอบ ชอบ 

 ถ้าชื่นชม OTOP ถามหน่อยนะ ว่า ทำไมสนับสนุนให้เขาเป็นเพียงผู้ผลิต ส่วนวิธีการจัดจำหน่าย รัฐบาลกลับดึงมาไว้เป็นของตนเอง ถ้าเป็นแบบนี้ เมื่อไร ชุมชนจะมีความสามารถในการกำหนดปริมาณ และรูปแบบการผลิต ด้วยตัวเอง 

ที่ไม่ให้โอกาศชุมชนได้ทำการตลาดด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าชุมชนจะมีอำนาจต่อรอง ทางเศรษฐกิจ และการเมือง หรือปล่าว  ตอบผม ตรงนี้ก่อน 

แต่ถ้าคิดว่า การพัฒนาเพื่อให้ชุมชนต้องพึ่งพิงรัฐ เป็นเรื่องถูกต้อง 
ก็ แปลว่า เรา ยืนกันอยู่คนละที่แล้ว   ป่วยการที่ จะคุยกัน ทะเลาะกันเปล่าๆ 
 </description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อืมมม<br />
ถ้า งั้น ก็ แปลว่า ต้องมีการจำกัด ความหมายของ Creative economy ให้ เข้าใจตรงกันในบริบท ของ เศรษฐกิจไทยก่อนว่า เราจะ ต้องคิดอย่างสร้างสรรค์ใน บริบทใด จึงจะ ให้ผลประโยชน์ สุดสุง ต่อ เศรษฐกิจ และสังคม โดย รวม  แล้วจึงค่อยขยับ ไป ทั้ง องคพาพย ทั้ง ระบบการศึกษา วิธีการจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจ   </p>
<p>อย่างนี้ใช่ไหม</p>
<p>แบบที่เดินไป ดู งานจากต่างประเทศ แล้ว copy วิธีคิดวิธีการทำงาน มาอวดว่า เนี่ยนะ ต่างประเทศเขาทำกันแบบนี้แบบนั้น รู้กันบ้างหรือปล่าว  แถมเอามาใช้กันตรงๆ เลย  แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจประวัติศาสตร์การพัฒนาของเรา (ไม่ใช่คุณกับผม แต่เป็น ของเราทุกคน) </p>
<p>แล้ว OTOP ที่ ชี้นำจน เกือบทุกหมู่บ้าน ทำสบู่ ทำไวน์ได้ เป็นการพัฒนาแบบยาดม ปลอบใจคนใกล้ตาย ว่า  &#8220;มีคนมาเห็นใจ แล้ว&#8221; ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหน มาอุ้มแล้วเห็นอกดห็นใจ มียามาดมให้ด้วย  ชอบชอบ เอาอีก เอาอีก  ถึงไงก็ จะตายอยู่ดี เพราะมันแก้ไม่ถูกโรค แต่ก็ ชอบ เอาอีกเอาอีก ลงมาเลย จะเลือกอีก ลงกี่ที่ก็จะเลือก ชอบ ชอบ </p>
<p> ถ้าชื่นชม OTOP ถามหน่อยนะ ว่า ทำไมสนับสนุนให้เขาเป็นเพียงผู้ผลิต ส่วนวิธีการจัดจำหน่าย รัฐบาลกลับดึงมาไว้เป็นของตนเอง ถ้าเป็นแบบนี้ เมื่อไร ชุมชนจะมีความสามารถในการกำหนดปริมาณ และรูปแบบการผลิต ด้วยตัวเอง </p>
<p>ที่ไม่ให้โอกาศชุมชนได้ทำการตลาดด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าชุมชนจะมีอำนาจต่อรอง ทางเศรษฐกิจ และการเมือง หรือปล่าว  ตอบผม ตรงนี้ก่อน </p>
<p>แต่ถ้าคิดว่า การพัฒนาเพื่อให้ชุมชนต้องพึ่งพิงรัฐ เป็นเรื่องถูกต้อง<br />
ก็ แปลว่า เรา ยืนกันอยู่คนละที่แล้ว   ป่วยการที่ จะคุยกัน ทะเลาะกันเปล่าๆ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: ครี-เอ-ตีพ</title>
		<link>http://countervailing.wordpress.com/2008/06/11/creative-thailand-part1/#comment-7</link>
		<dc:creator>ครี-เอ-ตีพ</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Dec 2008 09:20:58 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://countervailing.wordpress.com/?p=38#comment-7</guid>
		<description>&quot;แต่กลับมีการให้ความสำคัญราวกับว่าเป็นเรื่องใหม่ใหญ่โต ถึงขนาดคิดกันเลยไปว่า Creative Economy จะเป็นยุดต่อจาก Industrial revolution กันเลยที่เดียว และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ความเข้าใจในทฤษฎีการพัฒนา ของเศรษฐศาสตร์  สังคมศาสตร์ หรือ รัฐศาสตร์ ที่เรียนกันมาเป็นร้อยๆปี ประวัติศาสตร์เราไม่เคยมีการใช้ Creativity ที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างนั้นเลยรึ  หรือว่า Creative ในความหมายของผมไม่ใช้ความหมายของ ผู้ที่คิดว่ามันเป็น เรื่องใหม่ &quot;

เออ.. น้าครับ ก็เหมือนกับ OTOP แหละครับ 
ที่ TDRI พยายามบอกว่า OTOP มันมีมาเป็นสิบๆแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมามี 
ไม่จริงครับ
ที่จริงก็คือ OTOP นั้นมันมีมาเป็น ร้อยปี แล้วครับ

แต่การมีโครงการ OTOP คือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับ OTOP ในระดับยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งจะมีผลทำให้องคพายพอื่นๆของประเทศมีวาระร่วมกันในการผลักดันนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน ผู้คนในประเทศ หน่วยงานราชการ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม จะได้เข้าใจและกำหนดบทบาทและทิศทางของตัวเองได้ถูกต้อง  ต่างจากการปล่อยให้ต่างคนต่างทำ ไร้การดูแล ไร้ทิศทาง เหมือนในอดีต

Creative Economy ก็อีหรอบเดียวกัน ไมได้แปลว่า &quot;ความเข้าใจในทฤษฎีการพัฒนา ของเศรษฐศาสตร์  สังคมศาสตร์ หรือ รัฐศาสตร์ ที่เรียนกันมาเป็นร้อยๆปี ประวัติศาสตร์เราไม่เคยมีการใช้ Creativity ที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างนั้นเลยรึ  &quot;
 

เฮ้อ เห็นมั้ยว่า แค่ตีความภาษาไทย เรายังต้อง ครี-เอ-ตีพ เลย  เอิ๊ก</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;แต่กลับมีการให้ความสำคัญราวกับว่าเป็นเรื่องใหม่ใหญ่โต ถึงขนาดคิดกันเลยไปว่า Creative Economy จะเป็นยุดต่อจาก Industrial revolution กันเลยที่เดียว และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ความเข้าใจในทฤษฎีการพัฒนา ของเศรษฐศาสตร์  สังคมศาสตร์ หรือ รัฐศาสตร์ ที่เรียนกันมาเป็นร้อยๆปี ประวัติศาสตร์เราไม่เคยมีการใช้ Creativity ที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างนั้นเลยรึ  หรือว่า Creative ในความหมายของผมไม่ใช้ความหมายของ ผู้ที่คิดว่ามันเป็น เรื่องใหม่ &#8221;</p>
<p>เออ.. น้าครับ ก็เหมือนกับ OTOP แหละครับ<br />
ที่ TDRI พยายามบอกว่า OTOP มันมีมาเป็นสิบๆแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมามี<br />
ไม่จริงครับ<br />
ที่จริงก็คือ OTOP นั้นมันมีมาเป็น ร้อยปี แล้วครับ</p>
<p>แต่การมีโครงการ OTOP คือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับ OTOP ในระดับยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งจะมีผลทำให้องคพายพอื่นๆของประเทศมีวาระร่วมกันในการผลักดันนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน ผู้คนในประเทศ หน่วยงานราชการ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม จะได้เข้าใจและกำหนดบทบาทและทิศทางของตัวเองได้ถูกต้อง  ต่างจากการปล่อยให้ต่างคนต่างทำ ไร้การดูแล ไร้ทิศทาง เหมือนในอดีต</p>
<p>Creative Economy ก็อีหรอบเดียวกัน ไมได้แปลว่า &#8220;ความเข้าใจในทฤษฎีการพัฒนา ของเศรษฐศาสตร์  สังคมศาสตร์ หรือ รัฐศาสตร์ ที่เรียนกันมาเป็นร้อยๆปี ประวัติศาสตร์เราไม่เคยมีการใช้ Creativity ที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างนั้นเลยรึ  &#8221;</p>
<p>เฮ้อ เห็นมั้ยว่า แค่ตีความภาษาไทย เรายังต้อง ครี-เอ-ตีพ เลย  เอิ๊ก</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
