Design of Parliament

    สิ่งที่สังเกตได้ อย่างหนึ่ง ระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาล ก็คือ รูปแบบการอภิปายของสมาชิกผู้ทรงภูมิรู้แต่ละคน  ถ้าไม่ใช่ นักการเมืองที่ มีวาทะศิลปในการสื่อสาร ส่วนใหญ่ มักพูดจา เพื่อหาเสียงต่อผู้สนับสนุนตนเองในพื้นที่  ซึ่งก็ไม่รู้จะเอามาบอกใน รัฐสภาทำไม เพราะผู้ฟัง รับรู้กันอยู่แล้ว เช่น การตัดถนน เข้าไปรับ ผลผลิตการเกษตร สามารถลดต้นทุนของเกษตรกรได้ เป็นต้น  กล่าวโดยสุรปก็คือ มีเนื้อหาสาระที่สามารถย่อลงได้อยู่มาก และถ้าทุกคน มีความสามารถในการพูดจาตรงประเด็น ก็ไม่จำเป็นต้อง พูดจากันยาวนาน ขนาดไม่ได้พักผ่อนติดกัน เสียสุขภาพ  การใช้เวลาผ่านการพูดที่ห่างจากใจความสำคัญนี้ สะท้อนสภาพสังคม ผ่านงานออกแบบรัฐสภาได้พอสมควร     

ถ้าใครเคยผ่านการทำงานวิจัย  ผู้วิจัย ทุกคนต้องพบว่า ในช่วงแรกต้อง รวบรวมข้อมูลอย่างมาก จากนั้นค่อยคัดกรอง เอาเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยงข้องมีความสัมพันธ์ กับหัวข้อการวิจัยเพื่อจัดเรียง นำเสนอ  ตอบคำถามหลักของ หัวข้อวิจัยนั้นๆ  (เป็นขั้นตอนที่ รู้จักกันว่า ร่อนทอง ออกจากเหมืองความรู้) การพบข้อมูลและคัดกรองนี้ ทำให้เกิดการสะสมความรู้อย่างมาก ซึ่งหมายความว่า สามารถนำมาเล่าได้เป็น ชั่วโมงๆ  ช่วงการสอบ defense จึงต้องอาศัยทัศษะอย่างหนึ่งก็คือ พูดตรงไปยังใจความหลัก อาจารย์ให้เวลาไม่มากถ้าเทียบกับเนิ้อหา ด้วยข้อจำกัดเช่นนี้ สิ่งที่ต้องคิด คือ ทำอย่างไรถึงจะพูดเนื้อหาสาระให้ครบถ้วนภายในเวลาจำกัด เป็นประสบการณ์ที่ทุกคนได้รับจากการทำงานวิจัย

 การประชุม รัฐสภาในปัจจุบัน เริ่มเห็นการบริหารจำกัดเวลากันแล้ว แต่สิ่งที่เราอยากเห็นมากกว่านี้ก็ คือ การนำเสนอข้อสรุปที่ได้ใจความ  ไม่กล่าวเรื่องที่ใหม่เพียงแค่สำหรับตัวเอง แต่ต้องสำหรับสมาชิกผู้แทนปวงชนทั้งหมด ต้องตระหนักไว้ว่า ผู้ฟังที่อยู่ใน สายงานรับผิดชอบ ย่อมรับทราบเนื้อหาเบื้องต้นอยู่บ้างแล้ว การปลูกพื้นเพื่อเข้าสู่ใจความหลักเป็นไปอย่างกระชับได้ไม่ยาก  เพื่อให้ผู้อภิปายใช้เวลากับใจความสำคัญให้มากที่สุด  เรื่องนี้อาจจะลำบากหน่อย เพราะไม่รู้ว่า เรื่องไหนใหม่สำหรับสมาชิก หรือใหม่เพียงแค่ตัวเอง  แต่แก้ได้ ถ้าเป็นผู้ที่มีความรอบรู้ สมกับเป็นตัวแทนปวงชน ใช้ข้อมูลในปัจจุบันแล้วสังเคราะห์ข้อมูลออกมาด้วยตัวเองถ้าไม่ลอกใครมา ย่อมเป็นเรื่องใหม่และมีคุณค่าต่อสมาชิกรัฐสภาเสมอ   

 

                 

 

การขาด ทัศษะสื่อสาร ของสมาชิกผู้แทนปวงชน ยังสามารถใช้เป็นดัชนีวัด มาตราฐานการศึกษาได้  กระบวนการคิดสะท้อนออกมาจากทัศษะในการพูด และกระบวนการคิดมาจากระบบการศึกษานั้นเอง  ถ้าผลที่ได้ระบบการศึกษาไทย ไม่สามารถทำให้คนมีกระบวนการคิดที่ดีได้  สังคมก็ยังต้องยอมรับ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากระบบการศึกษาในประเทศที่เจริญแล้วอยู่อย่างนี้เรื่อยไป และสมาชิกผู้แทนปวงชนชาวไทยที่ มีอนาคตก็ต้องจบ การศึกษาจากต่างประเทศเท่านั้น   

 

 

 

 

สิ่งเหล่านี้สะท้อนมาเป็น ลักษณะการออกแบบของ รัฐสภา  อธิบายโดยการเปรียบเทียบกับ การออกแบบรัฐสภาอังกฤษ  จากรูปเห็นได้ว่ามีการออกแบบเป็นเก้าอี้ ยาว ไม่มีโต๊ะ การไม่มีโต๊ะ ทำให้ไม่มีใครสามารถ เข้ามาทำงานในนี้ได้ แปลว่า ทุกคนควรใช้เวลาใน สภาเพื่อรับฟังและคิดตาม การอภิปายของสมาชิกท่านอื่น มากกว่าการนั้งทบทวนเรื่องที่ตัวเองจะอภิปาย ผู้ที่ต้องการออกความเห็น ต้องเตรียมตัวมาอย่างดี มีเพียงบทคัดย่อในกระดาษสองสามแผ่นก็พอ  ส่วนเรื่องเก้าอี้ยาว การมีลักษณะติดกันต่อเนื่อง ชนิดใครลุกออกไปไหนไม่ได้เลย ระหว่างการอภิปาย เป็นการบังคับให้มีการเข้าออกพร้อมกันไม่ในตัว  นอกจากนั้นยังให้ ผู้ที่มีแนวคิดขัดแย้งกันต้อง พูดกันบ้างอย่างน้อยก็ขอเข้าไปนั้ง ทั้งยังแสดงให้เห็นความเป็นอังกฤษเหมือนกัน ผ่านรูปแบบที่ปราสจากการคั้นแบ่งที่นั้ง ทำให้สมาชิกรัฐสภาทุกคนตระหนักถึงการที่ต้องใช้ทรัพยากรของชาติร่วมกัน เป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องนำและรักษา  เกีรยติภูมิของ อังกฤษ ให้มีความสามารถในแข่งขันกับประเทศยุโรปอื่นๆ ร่วมกัน

ต่างกับการออกแบบรัฐสภาไทย ซึ่งถ้า สมาชิกส่วนมากขาดทัศษะในกาสื่อสารตรงประเด็น รัฐสภาจึงถูกออกแบบให้สามารถเข้ามาทำงานภายในที่ประชุมได้  ผลก็คือไม่จำเป็นต้องฟังสมาชิกท่านอื่นอภิปาย แค่เข้ามานั้งทำงานและได้ชื่อว่าไม่ขาดประชุม เป็นอันใช้ได้แล้ว นอกจากนั้นยังออกแบบให้ เข้าออกที่ประชุม โดยสามารถหลีกเลี่ยงไม่ทักทายใคร ที่มีความคิดแตกต่างได้  ในความเห็นส่วนตัว การออกแบบเช่นนี้ สะท้อนความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมไทยได้อย่างชัดเจน    

 

เรื่องนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่บอกว่า  งานออกแบบสะท้อนความคิด สภาพสังคม พฤติกรรม และความคิด สภาพสังคม พฤติกรรม ก็ถ่ายทอดผ่านงานออกแบบ ได้เป็นอย่างดี

 ฝากไว้ให้คิดกัน นะครับ

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 6, 2008 at 10:49 am ความเห็น (1)

URI สำหรับ TrackBack ข้อความนี้คือ: http://countervailing.wordpress.com/2008/03/06/parliament/trackback/

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้

หนึ่งความคิดเห็น Leave a comment.

  1. ผมพบหนังสือ เรื่อง การเมืองและสังคม ในศิลปสถาปัตยกรรมสยาม สมัยไทยประยุกต์ชาตินิยม เขียนโดย ชาตรี ประกิตนนทการ (th.wikipedia.org/wiki/ชาตรี_ประกิตนนทการ )ภายในห้องสุมด TCDC อยากแนะนำให้ ผู้ที่สนใจ แนวคิดทางสังคม และสภาพทางการเมือง ที่สะท้อนออกมาจากการออกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานทางด้านสถาปัตยกรรม
    ที่อยู่ในเรื่องความคิดด้านสมบรูณาสิทธิราชย์ ในพระอุโบสกวัดเบญจมบพิตร หน้าที่ 165

    ขอบคุณอาจารย์ ชาตรี มากครับ


Leave a Comment