เขียน หลังวันเลือกตั้ง ปี 2550 สองวัน
สวัสดี ครับ
ใครที่ มาเยี่ยม ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ คงสังเกตุเห็น แผนที่ใหญ่ ติดอยู่ข้างฝา ทางเข้าอุโมงค์ไปห้องสมุด ถ้าดูใกล้ๆก็จะเห็นว่า ตัวหนังสือในแผนที่ก็ไม่ได้จัดเรียงในแบบทีเข้าใจได้ง่าย เลยสงสัยว่าแผนที่ นี้ มันจะต้องทำความเข้าใจอย่างไร ถึงจะสนุกกับมัน สมราคาที่ คุณ พันศักดิ์ มอบไว้ให้เป็นทรัพย์สินของ สบร.
เป็นแผนที่ที่จำลองแบบเท่าขนาดจริง ที่ นาย มาร์เชลโล เปรา ประธานวุฒิสภา ของ สาธารณรัฐ อิตาลี เป็นผู้มอบให้ ประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย โดยผู้เขียนต้นฉบับของแผนที่นี้ ชื่อ Fra Mauro เป็น บาทหลวง นิกาย คามาโดลิส (Camaldolese) อยู่ที่อาราม ซาน มิเกล ใน มูราโน (San Michel in Murano) ต้นฉบับแผนที่นี้ เก็บอยู่ใน หอสมุดแห่งชาติ มาร์ชีอานา (Biblioteca Nazionale Marciana) ซึ่งในช่วงเวลาที่เขียนแผนที่นี้ กลุ่มคนที่มีความสามารถในการเขียน จดบันทึก ก็คือ พวกบาทหลวง
ผมอาจจะรู้สึกไปเองว่า ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ TCDC และดูแผนที่ที่ ผู้ก่อตั้งมอบไว้ไม่รู้เรื่อง ก็มีความต่างกับ ยามเฝ้าพิพิธภัณฑ์ น้อยมาก (แม้แผนที่ นี้เป็นเพียงของจำลอง แต่ก็เพียงพอที่จะกระตุกให้ผู้ชม คิด ฝันได้เหมือนกัน) พอเริ่มเปิดหาข้อมูลก็รู้ว่า มันใช้เวลาและความพยายามอยู่มากพอสมควร และดูเหมือนจะให้ผลตอบแทนไม่คุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ยังเป็นเจ้าหน้าที่ TCDC เรื่องนี้รู้ไว้ก็ดีกว่าไม่รู้แน่ๆ
ช่วงแรกความสนใจผมอยู่ที่ประวัติศาสตร์ จีน จากการดูสารคดี เรื่อง 1421 The year China discover America ของ Gavin Menzies ส่วนหนึ่งในสารคดี ได้พูดถึง แผนที่ Mauro นี้
แมนซี่ เป็นอดีต ผู้บัญชาการเรือดำน้ำ แห่งราชนาวี อังกฤษ ได้ทำการศึกษา ขีดความสามารถ และศักยภาพของ จีน เกี่ยวกับการเดินเรือ ในมหาสมุทร ผ่านเรื่องราว กองเรือมหาสมบัติ (เปาฉ่วน) ของ เจิ้นเห่อ (Zheng He หรือ Cheng Ho) การสร้างเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ เครื่องมือบอกเวลาและทิศทาง การกำหนดภูมิอากาศ ทิศทางลมที่เป็นแหล่งพลังงานเดียวสำหรับการเดินเรือ รวมถึงเทดนิดการควบคุมกองเรือ ขนาดใหญ่ การสื่อสารระหว่างเรือแต่ละลำ การจัดทำเอกสาร เพื่อบอกเล่าเรื่องราวระหว่างการเดินทาง การคัดสรรลูกเรือ ที่ล้วนแล้วแต่ ยืนหยัดความยิ่งใหญ่ของอารยะธรรม จีน แมนซี่ ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า ณ เวลานั้น จีน เป็นชนชาติแรกที่ ค้นพบทวีป อเมริกา ก่อน คริสโตเฟอร์โคลัมบัส (ถ้าใครได้อ่าน National Geographic ฉบับต้นปี 2000 จะมีการกล่าวถึงว่า ในช่วงพันปีที่ผ่านมาจีน เป็น ชาติแรกที่ มีศักยภาพเดินเรือได้รอบโลก แต่ไม่ได้ทำ เพราะอะไร ไว้มาคยุกันวันหลัง) แต่ ด้วยการให้เหตุผลที่อยู่บนหลักฐานที่ไม่หนักแน่นพอ เลยมีคนแนะนำให้ แมนซี่ เขียนเป็นนิยาย น่าจะเหมาะกว่า เสนอข้อสมมุติฐานนี้ในรูปแบบวิจัยทางวิชาการ (ผมเดาเอาว่า แดน บราว อาจจะเห็นว่า ถ้าให้การเชื่อมโยง เรื่อง แมรี่ แมกดาแรน กับหลักฐานที่ปรากฎ เป็นบทความทางวิชาการเมื่อไร คงโดนถล่มเหมือนกับ แมนซี่ เลยเปลี่ยน เป็นนิยาย ผลคือ ดาวินชี โค๊ด กลายเป็นเรื่องโด่งดัง ติดอันดับ world classได้อย่างไม่ยากเย็น) อย่างไรก็ตาม แม้หลักฐานที่ แมนซี่ ให้ไว้ จะไม่เพียงพอที่จะยึดหยัดได้ว่า จีน เป็นชาติแรกที่ค้นพบอเมริกา ความยิ่งใหญ่ในอดีตของ จีน ที่ แมนซี่ นำเสนอ ก็กำลังทำท่าว่าจะกลับมาอวดให้ ชาวโลกได้ยอมรับมันอีกครั้งหนึ่ง ในฐานะ หนึ่งใน มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ในโลกปัจจุบัน
ในสารคดีของ แมนซี่ ปรากฎแผนที่ ที่เป็นอันเดียวกัน กับ ที่แสดงอยู่หน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ เห็นบาทหลวง Fro Mauro เดินดุ่มๆ นำแผนที่ไปให้ King Alfonso V แม้ได้มีการเชื่อมโยง การจัดสร้างแผนที่ นี้กับ เจิ้นเห่อ ผ่าน เรื่องราวของการเดินทางของ มาโคโบโร พอให้คิดตามไปว่า Fro Mauro ได้รับอิทธิพลการสร้างแผนที่ จาก จีน แต่ มันก็ยังไม่ได้บอกว่า แผนที่นี้ดูอย่างไร
พอค้นต่อ ก็เจอหนังสือ เรื่อง กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง ของ ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช หนังสือเล่มนี้ ตอนหนึ่งมีการอ้างถึง แผนที่ ของ Fra Mauro เลยได้เรื่องมาเล่าให้ฟังอย่างย่อดังต่อไปนี้
เวนิส เรียกกรุงศรีอยุธยา ว่า เชโน (SCENO) หรือ ชิแอร์โน (SCIERNO) แปลว่า เมืองใหม่ เข้าใจว่าเป็นสำเนียง มาจาก ชะหรีเนาว์ (Shahari nau) ตาม ภาษาของชาวเปอร์เชีย ในขณะนั้นใช้เป็นภาษาสากล ยุโรปเลยต้องเรียกกรุงศรีอยุธยา ตาม ชาวเปอร์เชีย ยืนยันการเป็นมหาอำนาจของพวกอิสลาม (เปอร์เชีย) ที่ยึดน่านน้ำเมดิเตอร์เรเนียน ผ่านความสามารถในการเดินเรือมาตั้งแต่หลังการล้มสลายของอาณาจักรโรมัน ซึ่งการครอบครองน่านน้ำนี้จบลง ในช่วงต้นของสงครามครูเสด เป็นหลักฐานที่เชื่อมโยงกันอีกอย่างหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงความศักยภาพการเดินเรือ ที่เป็นเสมือนคุณสมบัติเฉพาะของ พวกมุสลิม (เจิ้งเห่อ ซึ่งเป็นผู้คุมกองเรือมหาสมบัติ ของ ย่งเล่อ ก็เป็นคนที่มีเชื้อสายอิสลาม เช่นกัน )
แล้วตรงไหน คือ ชิแอร์โน ชิแอร์โน อยู่บริเวณ สิบนาฬิกา ของแผนที่ ให้สังเกตุ ข้อความ “Qucfta cita de fcierno e.vi cornace frat err.. ef fuo funne nominato fcierno ourer ganges ebabucaoo circa xxx cornaoe dauno daqieqalal tro.de citade csftellu cpalacimnabelmete (ลอก อักขระ มาโดยไม่มีความรู้เลย แต่ก็ประมาณนี้ครับ)
o แปลว่า“นคร ชิแอร์โน แห่งนี้ ใช้ระยะเวลาเดินทางทางบก เป็นเวลา 6 ถึง 7 วัน บนฝากหนึ่ง ของแม่น้ำ ชิแอร์โน หรือ คงคา จะพบผู้คนอาศัยอยู่เรียงราย ตลอดเวลาเดินทางราว 30 วัน ส่วนอีกฝากหนึ่งของแม่น้ำ ก็เต็มไปด้วยบ้านเรือน ประสาท และพระราชวังที่วิจิตรตระการตา” (ธวัชชัย, กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง, หน้า )
หรือ ดูคำว่า SINVS GANGETIGVS เขียนอยู่บริเวณพื้นสีฟ้าที่เป็นทะเล อยู่ตรงบริเวณ สิบนาฬิกา ของแผนที่ อันนี้แปลว่า อ่าวสยาม ครับ
จุดประสงค์ของบทความนี้ก็คือ เมื่อกำหนดที่ตั้งของ ชิแอร์โน ได้ ก็ใช้ เป็นจุดตั้งต้น บวกกับความรู้แผนที่ในปัจจุบัน ก็จะหาประเทศอื่นๆ ได้ไม่ยาก เช่น อินโดนิเชีย ก็อยู่เป็นเกาะถัดขึ้น จาก ชิแอร์โน (ในยุดสมัยนั้นจะเห็นได้ว่าไม่สามารถหา ทวีปอเมริกาได้)
สำหรับสมาชิกที่มีโอกาสมาเยี่ยมชม หวังว่าจะดูแผนที่นี้ได้สนุกขึ้น (ถ้าให้ดี แผนที่นี้ควร แขวให้ส่วนล่างตั้งติดกับพื้นเลย การแขวไว้สุง ทำให้ลำบากมากในการดู รายละเอียด)
มีหนังสือเกี่ยวกับ Fra Mauro ในตลาดอยู่มาก แต่ TCDC ที่ขึ้นชื่อว่าใส่ใจในรายละเอียด ไม่มีหนังสือที่เกี่ยวกับแผนที่นี้โดยตรงเลย อาจเข้าใจกันไปว่าตู้ปลา (touch screen) ดึงดูดความสนใจได้มาก ซึ่งผิดกับผมที่เชื่อว่า ความรู้ใหม่ๆ มีเสน่ห์ดึงดูดมากกว่า ถ้าTCDC เปรียบเหมือนผู้หญิง ก็ต้องเป็นผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์ ไม่อย่างนั้นก็ทำได้เพียงจุงใจคนใหม่ๆ ไม่สามารถมัดใจใครๆไว้ได้นาน
แต่ถ้าสมมุติว่า ไม่ชอบหาอะไรในแผนที่ ก็ยังพอจะได้ความรู้ จากแผนที่นี้อยู่เหมือนกัน เช่น
ด้านการริเริ่ม
แผนที่นี้แม้ถูกจัดทำด้วย สัดส่วนทิศทางที่ไม่ถูกต้อง แต่สำหรับผู้ใช้งานจริงย่อมพบกับปัญหา และได้นำปัญหานั้น กลับมาใช้เป็นแนวทางการพัฒนารูปแบบการทำแผนที่ ให้ความสำคัญกับ มาตราส่วน และทิศทาง
ด้านการเมือง
ลองคิดว่าถ้า ตัวเองเป็น Mauro อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้ จัดทำแผนที่ อันลือลั่นนี้ขึ้นมา ความต้องการถ่ายทอดความรู้ ให้ปรากฎเป็นเอกสาร มอบให้กับ King เพื่อไว้ ขยายอาณานิคม โปตุเกส โดยที่ความผิดพลาดอาจส่งผลเสียต่อ อาณาจักรและตนเอง Mauro ต้องมีความรู้และข้อมูลอยู่ระดับหนึ่งที่มั่นใจว่าจะไม่ผิดเพี้ยน หรือ เป็นเพราะ King ไม่สามารถลงโทษ บาทหลวงได้ สถาบัน King กับ ศาสนา ในยุโรปเป็นสองสถาบัน ที่เอื้อประโยชน์ ซึ่งกันและกัน แผนที่นี้ ก็แสดงให้เห็น ถึงความเอื้อประโยชน์ ดังกล่าวได้ น่าสนใจในการตั้งข้อถกเถียง สำหรับ พวกคอการเมือง
ด้านการจัดพิมพ์
การออกแบบให้มีขนาดใหญ่ ไม่ได้คำนึงถึงการพกพา สามารถจดจำลักษณะของโลกจากภาพที่เห็นทั้งหมดในเวลาเดียว
ทางด้านเทคนิดสี
เวนิส มีความสามารถพัฒนา สี ได้หลากหลายเพื่อใช้ ในงานศิลปะ ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน อยุธยายังไม่สามารถพัฒนาสีโทนน้ำเงินหรือ สีกรมท่า ได้ สังเกตุได้จาก งานเขียนที่ฝาผนังวัดในสมัยอยุธยา ที่มีแต่โทนแดงส้มเท่านั้น
สำหรับสมาชิก หรือ ผู้สนใจ ถ้ามีโอกาศแวะ มาศูนย์สร้างสรรค์ อย่าลืมมาลองหา เมือง ชิแอร์โน ในแผนที่ของ Mauro เล่นๆ นะครับ (เมื่อยคอหน่อย) เพราะ จากนี้ยังไม่รู้ว่า แผนที่นี้จะถูกส่งกลับคืนเจ้าของเดิม หรือ อาจจะไม่นำออกมาแสดงอีก
สวัสดีปีใหม่ 2551 ครับ ขอให้ ทุกคนมีความสุขมากๆ
แค่คิดดีๆ ก็ได้รับสิ่งดีดี แล้ว